แต่ในวันที่มีสงครามในยูเครน คาดว่าเวลานี้จะกลายเป็นเวลาของการถกกันเรื่องความมั่นคงด้วย เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจโลกที่กำลังสาหัสจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นที่สำคัญเวทีนี้จะเป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีจากประเทศที่อยู่ขั้วตรงข้ามกันในเรื่องสงครามยูเครน อย่างสหรัฐกับจีน และรัสเซียจะมาเจอกัน
เอาคู่แรกก่อน นั่นคือ ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวังอี้ กับรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แอนโทนี บลิงเคน
แดเนียล ไครเมนบริงค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า แอนโทนี บลิงเคนจะพบกับหวัง อี้ และจะมีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสงครามของรัสเซียในยูเครน ซึ่งที่ผ่านมา จีนไม่ได้มีการประณามการกระทำของรัสเซีย นอกจากนี้ยังแสดงความประสงค์ในการร่วมมือในหลายเรื่องต่อกับรัสเซีย
นอกจากจีนไม่ได้ประณามรัสเซียแล้ว ยังออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยการมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกที่มีต่อรัสเซียด้วย และมีการประกาศว่า จีนและรัสเซียมีมิตรภาพอย่างไม่จำกัด ซึ่งส่งผลให้สหรัฐและชาติตะวันตกไม่พอใจ เจอกันคราวนี้คาดว่าทั้งคู่จะเคลียร์เรื่องนี้กัน
รายงานข่าวระบุว่า ทั้งแอนโทนี บลิงเคน และหวัง อี้ รมว. การต่างประเทศของจีนจะพบปะเพื่อพูดคุยกันนอกรอบ
การพบปะกันระหว่างสองรัฐมนตรี นับเป็นการพบปะระดับสูงที่สุดจากทั้งสองชาติ นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน มีความสำคัญเนื่องจากแม้จุดยืนต่อรัสเซียจะไม่ตรงกัน แต่ทั้งสองชาติยังคงเป็นคู่ค้าในทางเศรษฐกิจ
อีกคู่ที่คนจับตามองคือ การพบกันระหว่างแอนโทนี บลิงเคน และเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว. การต่างประเทศรัสเซีย คนจับตาเพราะถือได้ว่า คู่นี้เป็นคู่ชกโดยตรง
สหรัฐคือพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของยูเครน เป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธกับยูเครนมากที่สุดคือประมาณ 25,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นประเทศที่ประกาศจะส่งอาวุธและความช่วยเหลือให้ยูเครนต่อเนื่องตราบเท่าที่สงครามดำเนินต่อไป
และถ้าจะมีประเทศใดที่รัสเซียไม่พอใจมากที่สุด ประเทศนั้นก็คือสหรัฐอเมริกา
คนจึงจับตาดูว่า ในวันที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ ต้องอยู่บนเวทีเดียวกันหรือต้องนั่งโต๊ะเจรจากันกับแอนโทนี่ บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ทั้งคู่จะมีท่าทางหรือท่าทีอย่างไร
อย่างไรก็ตามรายงานล่าสุดจาก เน็ด ไพรซ์ โฆษกรัฐบาลสหรัฐออกมาระบุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ทั้งสองคนนี้จะยังไม่พบกันในการประชุม G20 เนื่องจากยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
ส่วนหนึ่งของถ้อยแถลงระบุว่า สหรัฐฯ อยากให้รัสเซียมีโอกาสพบปะแบบทวิภาคีกับชาติอื่นๆ แต่ที่ผ่านมารัสเซียกลับแสดงออกแต่การใช้ความรุนแรง
หมายความว่า ทั้งบลิงเคนและลาฟรอฟอาจไม่ได้ถ่ายภาพในห้องประชุมเดียวกัน
ด้านเซอร์เกย์ ลาฟรอฟเอง ก่อนการประชุม G20 รอบของรัฐมนตรีต่างประเทศจะเริ่มขึ้น เมื่อวานนี้ลาฟรอฟเดินทางไปพบปะกับ บุ่น ถั่นซัน รัฐมนตรีต่างประเทศของเวียดนาม
เวียดนาม-รัสเซีย มีความสัมพันธ์ที่ดี เป็นพันธมิตรด้านการค้าและความมั่นคง โดยเวียดนามสั่งซื้ออาวุธจากรัสเซียเป็นจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
มูลค่าการค้าระหว่างสองชาติเพิ่มขึ้นทุกปี ปี 2021 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25 จากเวียดนาม รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียจะมีประชุม G20 ที่อินโดนีเซีย
G20 คือความร่วมมือของกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก 19 ชาติ และ 1 กลุ่ม รวมเป็น 20
1 กลุ่มคือ สหภาพยุโรป ส่วนอีก 19 ประเทศเป็นชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ทั้งสิ้น เช่น อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน อินเดียญี่ปุ่น เม็กซิโก ซาอุดิอาระเบีย เกาหลีใต้ ตุรกี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา รวมถึงรัสเซีย และอินโดนีเซีย
กลุ่มประเทศเหล่านี้มีประชากรเกือบ 2 ใน 3 ของโลก ครองสัดส่วนมากกว่า 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของโลก และ 75%ของการค้าโลก
การประชุม G20 จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมีอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพ
ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ให้สัมภาษณ์ว่าเชิญประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินมาร่วมประชุม รวมถึงยังเชิญประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนด้วย ในฐานะแขกพิเศษ แม้ว่ายูเครนจะไม่ใช่ชาติสมาชิก
หากทุกคนตอบรับ การพบปะครั้งนี้จะเป็นการพบปะตัวต่อตัวระหว่าง ผู้นำรัสเซียและยูเครน รวมถึงสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา