ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังกล่าวอภิปรายในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ว่า การประชุมคณะมนตรีความมั่นคงฯ หัวข้อ “การธำรงรักษาวัตถุประสงค์และการรักษาหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ” เป็นเรื่องที่สำคัญ ทำอย่างไรที่จะรักษาระเบียบ กติกาของโลก โดยสหประชาชาติ หรือ UN เป็นเสาหลัก
ซึ่งเราทราบกันดีว่าช่วงที่ผ่านมา โลกเจอวิกฤตต่างๆ ระเบียบ กติกา ความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกรอบ UN ก็ถูกบั่นทอนไปจำนวนมาก ดังนั้น ทำอย่างไรที่เราจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบระเบียบโลกที่มีกติกาเป็นพื้นฐาน และทำอย่างไรที่เราจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ UN เพราะอย่างไร UN ก็เป็นเสียงของประชาคมโลก ทั้งประเทศใหญ่ ประเทศเล็ก และประเทศขนาดกลาง ซึ่งจีนที่เป็นประธาน เลยจัดการประชุมนี้ขึ้นมา เพื่อระดมความเห็นจากประเทศต่างๆ ในส่วนของประเทศไทย เราก็เสนอแนวทาง 3 ประการด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องของการรักษาระเบียบโลก
”มหาอำนาจต้องตระหนักว่า แม้เขาจะมีอำนาจมากกว่าประเทศอื่น แต่ในที่สุดแล้ว เรื่องของอำนาจเป็นใหญ่ มันไม่เป็นผลประโยชน์ของประเทศทุกประเทศ แม้กระทั่งประเทศมหาอำนาจเอง เพราะฉะนั้น เราต้องช่วยกันรักษาระเบียบโลก ปัจจุบัน ประเทศกำลังพัฒนา ประเทศที่เรียกว่า Global South เราก็ไม่ได้เป็นประเทศด้อยพัฒนาเหมือนแต่ก่อน เราต้องมีบทบาทมากขึ้น ต้องมีการแสดงบทบาทของเรา ในเรื่องของการปกป้องระเบียบโลก กติกาทั้งหลาย บทบาทของ UN“ นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า เราก็ต้องมองสหประชาชาติและระบบพหุภาคีด้วยความเป็นจริงว่า ปัจจุบันจะหวังพึ่ง UN อย่างเดียวไม่ได้ ในระดับภูมิภาคก็มีองค์กรในระดับพื้นที่ที่เข้มแข็ง และจะช่วยเสริมสร้างระบบที่เน้นกติการะหว่างประเทศ ในระเบียบโลกที่มีกติกาเป็นศูนย์กลาง อย่าง “อาเซียน” ในภูมิภาคของเรา อาเซียนเป็นเสาหลักในการรักษาความมั่นคง และสันติภาพในภูมิภาค เพราะฉะนั้น เราต้องพึ่ง UN เป็นหลัก ในขณะเดียวกัน องค์กรระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคก็ต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นด้วย
“สุดท้ายคือ UN ตั้งขึ้นมาหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เวลาผ่านไป โลกก็เปลี่ยนแปลงไป จากโลกที่มีขั้วอำนาจไม่กี่ขั้ว แล้ววีโต้อยู่ในประเทศที่เรียกว่า ประเทศที่เป็นสมาชิกถาวร 5 ประเทศ ซึ่งจริงๆ แล้ว บางประเทศอาจจะไม่ควรจะมีสิทธิ์นั้นแล้ว และอาจจะมีประเทศอื่นที่ควรจะมีสิทธิ์ใช่หรือไม่ครับ เพราะโลกมีหลายขั้วแล้ว ประเทศกำลังพัฒนาก็ต้องมีสิทธิ์มากขึ้น ผมคิดว่าต้องมีการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อสะท้อนโครงสร้างของโลก ระบบระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว สิ่งนี้ก็เป็นประเด็นหลักๆ ที่นำเสนอ” นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่จริงในการประชุม เราก็ไม่อยากจะนำเรื่องไทย-กัมพูชามาพูด เพราะว่าที่นี่ไม่ใช่เป็นเวทีที่เราจะคุยในเรื่องนี้ แต่นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา มีการนำเสนอเรื่องความขัดแย้ง การหยุดยิง และเขตแดนดินแดน แต่ครั้งนี้ยังไม่ถึงขั้นที่เคยกล่าวเหมือนแต่ก่อน สิ่งที่เราได้ย้ำคือ ถ้าเราจะเดินหน้าในความสัมพันธ์ เราต้องมีการหยุดยิง ทั้งในพื้นที่และการหยุดยิงด้วยวาจา ด้วยถ้อยแถลงในเวทีระหว่างประเทศ
“แต่อย่างไรก็ตาม ต้องใช้โอกาสนี้ชี้แจงด้วย เราจะปล่อยให้เขาพูดฝ่ายเดียวไม่ได้ ผมบอกว่าประเทศไทย แน่นอน เราต้องการการหยุดยิงครับ เราต้องไปไกลกว่านั้น คือ สันติภาพที่ยั่งยืน การหยุดยิงที่ยั่งยืนต้องนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและมั่นคง และจะเป็นความพยายามของไทยฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ถึงกัมพูชาเขาบอกว่าเขาต้องการ แล้วเขาก็พูดในเวที แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังพยายามที่จะแสวงหาความได้เปรียบฝ่ายเดียว หรือบางครั้งก็เบี่ยงเบนประเด็นของปัญหา อันนี้มันก็ไม่ได้สร้างสรรค์อะไร เพราะฉะนั้น เราต้องการการหยุดยิงที่ยั่งยืน ไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน แต่ต้องมาด้วยความพยายามของทั้งสองฝ่าย และด้วยความจริงใจ ความบริสุทธิ์ใจ พูดอย่าง ทำอย่าง มันก็ไปไม่ถึง หวังว่าทั้งสองประเทศ เราจะเดินหน้าไปข้างหน้านี้ด้วยกันได้ครับ"
เมื่อถามว่ากัมพูชาในวันนี้ดีขึ้นบ้างใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เขาตระหนักดี เพราะเราก็พยายามบอกเขาตลอดว่า ถ้าอยากจะเกิดความคืบหน้า อย่างเรื่อง MOU เรื่องของเขตแดนทางทะเล ภายใต้ UNCLOS ก็ต้องดูว่าบรรยากาศของเรา ประชาชนในประเทศรู้สึกหรือไม่ว่ากัมพูชามีความพร้อม
“ไม่ใช่มาบอกใส่ร้าย กล่าวร้าย ให้ร้ายไทย ถ้าเขาอยากจะคืบหน้าในเรื่องของเขตแดน ในเรื่องของชายแดน เขาก็ต้องหยุด ไม่เช่นนั้นแล้ว เราจะเดินหน้าได้อย่างไร" นายสีหศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าการรักษาดุลยภาพระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา เป็นความท้าทายหรือไม่ที่ต้องทำให้ไม่ถูกมองว่าเลือกข้าง นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราไม่เลือกข้างอยู่แล้ว แต่จะใช้คำว่าเราจะอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองประเทศ อันนี้ไม่ใช่คำว่าสมดุล อยู่กลางคือเราไม่มีท่าที แต่สมดุลคือเรามีความสำคัญกับแต่ละประเทศ แต่ไม่เลือกข้าง แต่เราเลือกผลประโยชน์ของประเทศไทย ประเทศไทยมีผลประโยชน์กับมหาอำนาจแต่ละประเทศอย่างไร เราก็ต้องไปทางนั้น แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไปเลือกข้างในการแข่งขันระหว่าง 2 มหาอำนาจ และที่ดีที่สุดคือเราต้องนำขั้วอำนาจต่างๆ เข้ามามีบทบาท เราควรจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับขั้วอำนาจอื่นๆ ด้วย