“อนุทิน” ลั่นไม่หนีซักฟอก เจอกัน ธ.ค. ยันรัฐบาลเสถียรภาพแน่น ชูบ้านเมืองมาก่อนการเมือง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“อนุทิน” ลั่นไม่หนีซักฟอก เจอกัน ธ.ค. ยันรัฐบาลเสถียรภาพแน่น ชูบ้านเมืองมาก่อนการเมือง เอาจริง! ฟ้องแชร์ข่าว “ค่าน้ำชา 7,000,000 บาท”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงสถานการณ์การเมืองและศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า รัฐบาลไม่ได้หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และพร้อมเข้าสภาในเดือน ธ.ค. หลังการหารือกำหนดเวลาในช่วงที่ผ่านมาไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้

นายอนุทิน กล่าวว่า เดิมรัฐบาลเตรียมพร้อมรับการอภิปรายไว้แล้ว ถึงขั้นกำชับรัฐมนตรีทุกคนไม่ให้เดินทางในช่วงสัปดาห์ที่คาดว่าจะมีการอภิปราย

อภิปรายไม่ไว้วางใจ สตริงเกอร์ กทม.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย

เพราะต้องการให้ทุกคนอยู่ตอบข้อซักถามในสภา แต่เมื่อการกำหนดเวลาไม่ลงตัว กลับมีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลหนีสภา ซึ่งยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

“ไม่เคยหนีครับ จริง ๆ ณ ขณะนี้เราควรจะอยู่บนบัลลังก์ที่สภาเพื่อรับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีทุกคนผมสั่งไว้แล้วว่าห้ามเดินทางในช่วงสัปดาห์นี้” นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเดินทางไปต่างประเทศของตนเองมีเหตุผลจากภารกิจประเทศ เพราะการพบผู้นำและนักลงทุนด้วยตัวเองมีน้ำหนักต่างจากการมอบหมายบุคคลอื่น พร้อมยกผลจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งการลงทุน การส่งออก และการสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ว่ารัฐบาลต้องพิจารณาผลประโยชน์ของประเทศควบคู่กับการเมืองในสภา

พร้อมย้ำจุดยืนว่า ไม่ว่ารัฐบาลกับฝ่ายค้านจะเห็นต่างกันเพียงใด การบริหารประเทศต้องมาก่อนเกมการเมือง โดยมองว่าการเมืองสำหรับตนไม่ใช่แม้แต่ลำดับสอง แต่เป็นเรื่องท้าย ๆ หากต้องเลือกระหว่างการตอบโต้ทางการเมืองกับภารกิจที่สร้างประโยชน์ให้ประเทศ จะเลือกอย่างหลัง

“อย่างไรก็ตาม ความเป็นรัฐบาล ชอบหรือไม่ชอบ บ้านเมืองต้องมาก่อน การเมืองนี้ไม่ใช่เรื่องลำดับสองด้วยนะ สำหรับผมลำดับท้าย ๆ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

สำหรับกรณีฝ่ายค้านอาจเลือกอภิปรายรัฐมนตรีบางพรรค และมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีเป้าหมายกระทบความสัมพันธ์ภายในรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า จะคิดอย่างไรก็ได้ แต่รัฐบาลยังมีเสถียรภาพ และตนไม่กังวลว่าจะเลือกอภิปรายใครหรือเว้นใคร หากฝ่ายค้านจะอภิปรายตนเพียงคนเดียว ก็ถือว่าครอบคลุมความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรีทั้งหมดแล้ว

พร้อมกันนี้ นายอนุทินยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่หรือแชร์ข้อมูลที่กล่าวหาว่ามีเงิน 7 ล้านบาทเข้าบัญชีธนาคารในลักษณะค่าน้ำชา โดยแยกชัดระหว่างการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลกับการกล่าวหาเรื่องทุจริตหรือผลประโยชน์ที่ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า หากถูกวิจารณ์ว่าบริหารประเทศไม่มีประสิทธิภาพ ทำตามนโยบายไม่ได้ หรือทำงานผิดพลาด ตนพร้อมรับการตรวจสอบและจะไม่ใช้สิทธิฟ้องร้อง แต่กรณีกล่าวหาว่ารับเงิน 7 ล้านบาทเป็นคนละเรื่อง เพราะไม่ใช่การตรวจสอบการบริหาร แต่เป็นข้อกล่าวหาที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและทำให้สังคมเข้าใจผิด

“ถ้ามาหาว่าอยู่ดี ๆ ผมมีเงิน 7 ล้านไปในบัญชีธนาคารกสิกรไทย เพื่อเป็นค่าน้ำชา อย่างนี้ผมฟ้อง เพราะอย่างนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องการตรวจสอบการทำงานของผม นี่เป็นเรื่องของการกล่าวหา ให้ร้าย หมิ่นประมาท” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอนุทินยังกล่าวถึงมาตรฐานการทำงานของฝ่ายค้าน โดยยกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นตัวอย่างว่า แม้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านและวิจารณ์รัฐบาลอย่างเต็มที่ แต่ยังให้เกียรติกันและไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย พร้อมมองว่าการตรวจสอบรัฐบาลสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้วาทกรรมด้อยค่าหรือบูลลี่บุคคล

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเปิดด่านเมื่อใด และยังไม่มีแนวโน้มฟื้นความสัมพันธ์กลับสู่ระดับเดิม จนกว่าประเด็นที่ไทยเห็นว่าจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขจะมีความชัดเจน ทั้งเรื่องพื้นที่ทางบก พื้นที่ทางทะเล ปัญหาสแกมเมอร์ และความปลอดภัยของคนไทย

นายอนุทินกล่าวว่า การปิดด่านดำเนินมาระยะหนึ่งแล้ว และรัฐบาลยังต้องพิจารณาผลประโยชน์ของไทยเป็นหลัก โดยเฉพาะการป้องกันสินค้าหรือผลผลิตเกษตรผิดกฎหมาย การสกัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงเงื่อนไขด้านความมั่นคง ก่อนจะเดินหน้าไปสู่การฟื้นความสัมพันธ์ในระดับเดิม

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานตามทิศทางที่วางไว้ ไม่เปลี่ยนนโยบายเพราะแรงกดดันทางการเมืองเพียงอย่างเดียว พร้อมยืนยันว่า การตรวจสอบเป็นเรื่องปกติของระบบรัฐสภา แต่ทุกฝ่ายควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง และไม่ทำให้เกมการเมืองอยู่เหนือประโยชน์ของประเทศ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ