ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชี้แจงภายหลังนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยกรรมาธิการฝั่งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันแถลงข่าวคัดค้านมติของคณะกรรมาธิการกฎหมายเรียกให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย
ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ หลังจากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอำนาจเรียก เหตุไม่สั่งการให้นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงต่อ กมธ.การกฎหมาย ซึ่งตรวจสอบกรณีทุจริตโกงสอบท้องถิ่น
โดยระบุข้อความว่า จากการที่นายศุภชัย ใจสมุทร และพวก ได้ร่วมกันแถลงข่าวเมื่อช่วงก่อนเที่ยงที่ผ่านมา
กรณี กมธ.กฎหมายฯ ลงมติเอกฉันท์ 7 เสียง เมื่อวันที่ 5 พ.ย. เรียกให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มาชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ หลังจากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอำนาจเรียก เหตุไม่สั่งการให้นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ ที่ตรวจสอบกรณีทุจริตโกงสอบท้องถิ่นนั้น
ผมยืนยันว่าการลงมติของกรรมาธิการกฎหมายฯ เมื่อวานนี้ (5 พ.ย. 69 เวลา 16.15 น.) เรื่องเรียกให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มาชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ หลังจากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอำนาจเรียก เหตุไม่สั่งการให้นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ ที่ตรวจสอบกรณีทุจริตโกงสอบท้องถิ่น เป็นมติที่ถูกต้องและชอบด้วยข้อบังคับ เนื่องจาก ณ เวลานั้นกรรมาธิการมี 14 คน เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกรรมาธิการจากพรรคเพื่อไทยได้ยื่นหนังสือลาออกไป การลงมติที่ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง คือ 7 คน ดังนั้นมติที่ออกมา 7-0 จึงถูกต้องตามข้อบังคับ
ถ้ามีการอ้างว่ามีการเสนอชื่อกรรมาธิการคนใหม่ฯ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนหน้าการลงมติของกรรมาธิการกฎหมายนั้น ต้องบอกว่าผมในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ซึ่งกำลังนั่งปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุมกรรมาธิการกฎหมายฯ อยู่ ไม่เคยได้รับแจ้งทางหนังสือว่าสภาได้มีมติแต่งตั้งให้ใครเป็นกรรมาธิการกฎหมายฯ แทนที่ตำแหน่งที่ว่าง จากประธานสภาหรือเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ผมได้ทราบในภายหลังว่า มีการแก้ไขชื่อของบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการกฎหมายแทนตำแหน่งที่ว่าง หลังเวลา 17.00 น. ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากการลงมติของกรรมาธิการกฎหมายเสร็จสิ้นไปแล้ว ก็ย่อมเป็นที่ชัดเจนว่า ขณะลงมติกรรมาธิการมีจำนวน 14 คน ดังนั้นเกินกึ่งหนึ่งก็คือ 7 คน
ส่วนเรื่องมุบมิบ ลักหลับ ก็เป็นการกล่าวร้ายที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง การพิจารณาเรื่องนี้อยู่ในวาระเรื่องอื่น ๆ ซึ่งเป็นวาระที่เปิดให้มีการหารือและดำเนินกระบวนการอื่นใดที่เกี่ยวข้องได้ โดยเฉพาะเรื่องค้างกรณีไม่ปฏิบัติตามอำนาจเรียกของนายกรัฐมนตรีและอธิบดีนฤชา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทุกคนในกรรมาธิการล้วนทราบดี การที่ สส.พรรคภูมิใจไทยบางท่าน ไม่อยู่ให้จนจบการประชุม แล้วจึงไม่มีโอกาสลงมติ ก็มาจากความหย่อนยานของท่านเอง ท่านต้องเลิกชี้นิ้วด่าคนอื่น แล้วรู้จักโทษตัวเองบ้าง
ดังนั้นผมขอยืนยันว่า การลงมติดังกล่าวเกิดขึ้นโดยชอบตามข้อบังคับ ตามกฎหมายทุกประการ ในประเด็นคุณศุภชัยจะไปร้องเรียนผม ก็ยินดีที่จะไปชี้แจงทุกหน่วยงานขององค์กร แต่อยากจะสอบถามคุณศุภชัยกลับไปว่า ใครกันแน่ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องชวเลข ผมยินดีนะครับ เปิดได้เลย ไหน ๆ จะเปิดแล้วก็เปิดให้หมดด้วย จะได้เห็นกันไปเลย
การประชุมกรรมาธิการฯ ทุกครั้งมีการออกหนังสือเชิญ หนังสือแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ เมื่อมีการประชุมกรรมาธิการก็ต้องเข้ามาทำหน้าที่ในห้องประชุม ท่านจะใช้เทคนิคเล่นการเมือง ส่งหนังสือลา ทั้ง ๆ ที่ตัวก็อยู่ที่สภา แต่ไม่เข้าประชุม พอลงมติแพ้ ก็มาแถลงข่าวประชดน้อยใจ กล่าวหาเรื่องต่าง ๆ ทั้งที่ไม่มีมูลความจริง
ถ้าท่านอยากปกป้องรัฐบาลของท่านจากข้อกล่าวหาทุจริตใด ๆ จงปกป้องด้วยความจริงและพยานหลักฐาน มิใช่การตีรวนทำลายระบบประชาธิปไตยหรือระบบตรวจสอบของสภา และคงต้องเตือนไปถึงข้าราชการทุกคนว่า อย่าไปเป็นมือเป็นไม้หรือพายเรือให้โจรสีน้ำเงินนั่ง อำนาจแบบนี้ไม่มีวันที่จะจีรังยั่งยืนหรอกครับ เพราะเมื่อระบอบนี้ใช้คนแบบพวกคุณจนหมดประโยชน์แล้ว หรือเห็นว่าจวนตัวก็พร้อมถีบข้าราชการที่รับใช้ เพื่อเอาตัวรอดอย่างแน่นอน
อย่าหวังที่จะกินรวบเปลี่ยนสภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาสีน้ำเงิน มันไม่ง่ายเหมือนวุฒิสภาหรอกครับ เพราะพวกเราไม่มีวันยอม