ประธานศาลอุทธรณ์ชี้ขาด ปชช.ยื่นฟ้อง "เลขาฯ-กกต."ได้ปมทุจริตฮั้ว สว.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ประธานศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยชี้ขาด ปชช. ยื่นฟ้อง “เลขาฯ-กรรมการ กกต.” ได้โดยตรง ปมทุจริตเลือก สว. ชี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ

จากกรณี นายพงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล อดีตผู้สมัคร สว. ยื่นฟ้อง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อม กกต. รวม 8 คน ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 สืบเนื่องจากกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. รวมถึงการลงมติที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและการดำเนินคดีกรณีการทุจริตเลือกตั้ง สว.

ประธานศาลอุทธรณ์ FB / งานประชาสัมพันธ์ ศาลอุทธรณ์
นายวิธูร คลองมีคุณ ประธานศาลอุทธรณ์

ซึ่งต่อมา ฝ่ายจำเลย (กกต.) ได้ยื่นคำร้องโต้แย้งเรื่องเขตอำนาจศาล โดยเห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และเป็นการกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย การพิจารณาจึงอาจมิได้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมทั่วไป แต่อาจอยู่ในเขตอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ส่งผลให้ศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งให้รอการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราว พร้อมทั้งส่งสำนวนและประเด็นข้อโต้แย้งดังกล่าวไปให้ประธานศาลอุทธรณ์พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามขั้นตอนกฎหมาย

ล่าสุดวันนี้ ประธานศาลอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัย (คำวินิจฉัยที่ วท. 27/2569) ชี้ขาดกรณีดังกล่าว โดยสรุปได้ว่า สิทธิและเสรีภาพทางการเมืองถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งไทยได้ลงนามรับรองและให้สัตยาบันไว้ และในรัฐธรรมนูญได้รับรองไว้ ดังนั้นหากมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดกระทำการทุจริตประพฤติมิชอบเพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือ ฮั้วเลือก สว. อันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสามชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ย่อมเป็นการพรากอำนาจอธิปไตยไปจากปวงชนชาวไทย ดังนั้นประชาชนทุกคนย่อมเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องบุคคลหรือกลุ่มบุคคลต่อศาลชั้นต้นที่มีเขตอำนาจได้โดยตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และ 28 (2) 

อีกทั้ง กกต.มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการให้การเลือก สว.เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้ง 8 หลีกเลี่ยงไม่ปฎิบัติตามหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำการใดเพื่อให้การได้มาซึ่ง สว.มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ย่อมถือได้ว่าการกระทำตามคำบรรยายฟ้อง จำเลยทั้ง 8 จงใจละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งเป็นกรณีที่มูลแห่งคดีเป็นการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติฟน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ซึ่งอาจใช้ช่องทางพิเศษฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยผู้มีอำนาจฟ้องคดี คือ อัยการสูงสุด และคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่คดีนี้ โจทก์เป็นราษฎรที่สมัครรับเลือกเป็น สว.ยื่นฟ้องเอง จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของช่องทางพิเศษดังกล่าว

แต่เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง 8 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. พ.ศ.2560 กำหนดว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยทั้ง 8 ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และเจ้าพนักงานรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ดังนั้นคดีนี้จึงเป็นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 วรรคหนึ่ง (1)

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางกลุ่มผู้สมัคร สว. สำรอง เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาทบทวนคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ที่ วท. 12/2569 ซึ่งมีผลเป็นการจำกัดอำนาจประชาชนในการยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบโดยตรง พร้อมทั้งขอให้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย นางมัณฑรี อุชชิน ประธานศาลอุทธรณ์ เนื่องจากมองว่ามีพฤติการณ์อันอาจเข้าข่ายเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีมีคำวินิจฉัยที่ วท. 12/2569 ลงวันที่ 5 พ.ค. 2569 สรุปสาระสำคัญว่า คดีที่ราษฎรยื่นฟ้อง กกต. ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

ดังนั้นการที่ นายวิธูร คลองมีคุณ ประธานศาลอุทธรณ์ ได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และประชาชนมีอำนาจยื่นฟ้อง กกต. ได้โดยตรง จึงถือเป็นการกลับแนวคำวินิจฉัยเดิมของ นางมัณฑรี อุชชิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ด้วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

FINAL CALL

FINAL CALL

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ