เมื่อคืนที่ผ่านมาโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาโต้กลับ FBI และ MI5 หน่วยความั่นคงของสหรัฐและสหราชอาณาจักรหลังจากถูกกล่าวหา โดยระบุว่า คนที่เป็นภัยต่อความมั่นคงโลกคือสหรัฐไม่ใช่จีน และหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้ง 2 แห่งนี้ต้องไปปรับทัศนคติกันใหม่
การตอบโต้ของจีนเกิดขึ้นหลังจากคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) และเคน แม็กคัลลัม อธิบดีของMI5 ออกมาแถลงข่าวร่วมกันที่สำนักงานใหญ่ของ MI5 ในกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร โดยเป็นการพูดกับนักธุรกิจชั้นนำจำนวนมาก
เคน แม็กคัลลัม อธิบดีของMI5 บอกว่าหน่วยงานของเขาต้องเพิ่มความพยายามอย่างหนักในการขัดขวางกิจกรรมที่ต้องสงสัยของจีน โดยมีการสอบสวนความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติต่างๆเหล่านี้เพิ่มขึ้น 7 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2018 กล่าวโดยสรุปคือ เอฟบีไอและ MI5 บอกว่า รัฐบาลจีนเป็นภัยคุกคามระยะยาวที่ซับซ้อนและสำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติของอังกฤษ อเมริกา พันธมิตรในยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ
ในการแถลงข่าว ทั้งคู่ยังพูดยังถึงประเด็นไต้หวันด้วย โดยผู้อำนวยการเอฟบีไอกล่าวว่า จีนอาจพยายามใช้กำลังเข้ายึด ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้การค้าและอุตสาหกรรมทั่วโลกหยุดชะงักอย่างน่าหวาดหวั่นที่สุด การออกมาพูดของหน่วยงานความมั่นคงทั้งสองของสหรัฐและสหราชอาณาจักรเป็นที่มาของการออกตอบโต้อย่างรุนแรงจากจีน
สำหรับกรณีไต้หวันนับตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงขณะนี้ จีนส่งเครื่องบินรบเข้ามาในเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ หรือเขต ADIZ ของไต้หวันอย่างต่อเนื่อง
รายงานจากสำนักข่าว France24 มากที่สุดเกิดขึ้นในเดือนมกราคม จีนส่งเครื่องบินรบเข้ามายังน่านฟ้าของไต้หวันมากถึง 141 ครั้ง ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ส่งเครื่องบินรบมาอีก 70 ครั้งในเดือนมีนาคม 63 ครั้ง เดือนเมษายน 75 ครั้งและในเดือนพฤษภาคม 116 ครั้ง ในจำนวนนี้มีทั้งเครื่องบินสอดแนม เครื่องบินรบ ไปจนถึงอากาศยานต่อต้านรถถัง
ส่วนในเดือนมิถุนายนจีนก็ยังคงส่งเครื่องบินรถเข้าเขตไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ในวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา จีนส่งเครื่องบินจำนวน 29 ลำข้ามเขตมา ด้านไต้หวันตอบโต้กลับด้วยการส่งเครื่องบินรบขึ้นบิน เพื่อเตือนให้เครื่องบินจีนล่าถอยออกไป ขณะเดียวกันรายงานจากกระทรวงกลาโหมไต้หวันยังระบุด้วยว่า ในวันนั้นทางการเปิดระบบขีปนาวุธให้เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีด้วย
ล่าสุดเมื่อต้นสัปดาห์นี้ พลเอกมาร์ค มิลลีย์ นายพลระดับสูงของสหรัฐฯ ออกมาระบุว่า แนวโน้มที่จีนจะโจมตีไต้หวันยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แต่กระนั้นสหรัฐฯ ก็ยังคงจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดรวมถึงย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้หรือคำเตือนใดๆ แม้มีสัญญาณว่าจีนยังคงพัฒนาความสามารถในการโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อนก็ตาม
ระหว่างจีนกับไต้หวัน ความตึงเครียดมีมาโดยตลอด สาเหตุหลักมาจากเรื่องเดียวคือ สถานะของไต้หวัน สำหรับจีน ไต้หวันคือส่วนหนึ่งของจีน “จีนจะต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และไต้หวันจะกลับมาอยู่ภายใต้การปกครองของจีนอีกครั้ง”คำประกาศของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อต้นปี 2019 สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่ชัดเจนและแน่วแน่ของจีน แต่ไต้หวันไม่ได้คิดแบบจีนสำหรับไต้หวัน ที่นี่คือรัฐที่ดำรงฐานะเป็นอิสระที่มีกิจกรรมทางการเมืองและเศรษฐกิจเป็นของตนเอง
ปธน.ศรีลังกาขอ "ปูติน" ช่วยเรื่องนำเข้าน้ำมัน
ผู้นำอังกฤษจ่อลาออกจากหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมวันนี้