เอกสารลับแฉ “อูเบอร์” ล็อบบี้ผู้มีอิทธิพลหลายประเทศเพื่อขยายธุรกิจ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สื่อต่างประเทศรายงานได้รับเอกสารลับ 124,000 ฉบับ แฉ “อูเบอร์” ล็อบบี้ผู้มีอิทธิพลหลายประเทศ เพื่อให้สามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

สื่อต่างประเทศ The Guardian ได้รับเอกสารลับมากกว่า 124,000 ฉบับ ซึ่งเปิดเผยว่า “อูเบอร์ (Uber)” ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและเครือข่ายคมนาคม ซึ่งเป็นที่รู้จักในไทยในฐานะแพลตฟอร์มเรียกรถรับจ้าง ได้มีการละเมิดกฎหมาย หลอกตำรวจ ใช้ความรุนแรงต่อผู้ขับขี่ และล็อบบี้รัฐบาลหลายประเทศอย่างลับ ๆ เพื่อขยายธุรกิจทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

เอกสารลับที่รั่วไหลออกมานี้ เผยให้เห็นแนวปฏิบัติที่น่าสงสัยซึ่งทำให้อูเบอร์กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีชื่อเสียงและเติบโตอย่างรวดเร็ว

อูเบอร์ เปิดตัวบริการ “เรือดำน้ำ”โดยสารเจ้าแรกในโลก

ข้อมูลภายในเอกสารลับครอบคลุมระยะเวลา 5 ปีช่วง 2013-2017 ที่อูเบอร์ดำเนินการโดย ทราวิส คาลานิก ผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งพยายามทำให้แพลตฟอร์มเรียกรถรับจ้างของตนมีอยู่ในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายรถสาธารณะและระเบียบข้อบังคับรถแท็กซี่ในหลายประเทศ

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า อูเบอร์พยายามวิ่งเต้นขอการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี มหาเศรษฐี ผู้มีอำนาจ และยักษ์ใหญ่ด้านสื่อของแต่ละประเทศ เพื่อให้ผู้มีอิทธิพลเหล่านี้เปิดช่องทางให้อูเบอร์สามารถเข้าไปทำธุรกิจเรียกรถรับจ้างได้

เอกสารลับประกอบด้วยอีเมลกว่า 83,000 ฉบับ รวมถึงข้อความในแอปพลิเคชันสื่อสารต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารของอูเบอร์รู้ตัวดีว่าพวกเขากำลังละเมิดกฎหมายของหลายประเทศ โดยผู้บริหารคนหนึ่งส่งข้อความในเชิงหยอกล้อว่า “พวกเรากลายเป็นโจรสลัดไปซะแล้ว” ขณะผู้บริหารอีกคนยอมรับว่า “เราก็แค่ทำผิดกฎหมาย”

เอกสารรั่วไหลยังมีข้อความการสื่อสารกันระหว่าง คาลานิกและเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจ โดยพบว่า เขาได้แอบช่วยอูเบอร์ในฝรั่งเศส โดยให้อูเบอร์สามารถติดต่อเขาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้โดยตรงและบ่อยครั้ง

มาครงดูเหมือนจะพยายามสุดความสามารถเพื่อช่วยอูเบอร์ โดยมีกระทั่งข้อความหนึ่งที่บอกกับอูเบอร์ว่า เขาได้ทำ “ข้อตกลงลับ” กับพรรคฝ่ายตรงข้ามในคณะรัฐมนตรีของฝรั่งเศสให้ด้วย

อูเบอร์ยังเคยพยายามติดต่อ โอลาฟ ชอลซ์ ประธานาธิบดีเยอรมนี ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองฮัมบูร์ก แต่ถูกปฏิเสธและไม่ยอมรับรูปแบบธุรกิจของอูเบอร์ ทำให้ผู้บริหารอูเบอร์แสดงความไม่พอใจและเหยียดหยามความคิดของชอลซ์ ผู้บริหารคนหนึ่งบอกกับว่า ชอลซ์เป็น “ตัวตลกตัวจริง”

นอกจากชอลซ์และมาครงแล้ว อูเบอร์ยังเคยติดต่อกับ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่เขาเป็นรองประธานาธิบดีของบารัก โอบามา และจอร์จ ออสบอร์น นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรขณะนั้น ซึ่งทั้งสองคนต่างเคยแสดงท่าทีสนับสนุนอูเบอร์

ในช่วงที่อูเบอร์ขยายธุรกิจ ได้มีการดึงดูดคนขับและผู้โดยสารจำนวนมากให้หันมาใช้แพลตฟอร์ม ตากเดิมที่ใช้บริการรถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมายของแต่ละประเทศ จนเกิดการตัดราคาตลาดรถแท็กซี่

เอกสารฉบับหนึ่งระบุว่า เพื่อระงับแรงต่อต้านที่รุนแรงต่อบริษัทและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแท็กซี่และแรงงาน อูเบอร์วางแผนที่จะใช้เงินพิเศษ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 พันล้านบาท) ในปี 2016 สำหรับการการล็อบบี้วิ่งเต้นและประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะ

โดยเป้าหมายของการล็อบบี้คือนายกเทศมนตรีแต่ละเมือง และหน่วยงานด้านการขนส่ง บริษัทยังได้จ่ายเงินให้กับนักวิชาการที่มีชื่อเสียงหลายแสนดอลลาร์ เพื่อผลิตงานวิจัยที่สนับสนุนข้อเรียกร้องของบริษัทเกี่ยวกับประโยชน์ของรูปแบบธุรกิจของอูเบอร์

อูเบอร์ประสบความสำเร็จในบางประเทศ และก็ถูกต่อต้านอย่างหนักในบางประเทศ ซึ่งทางอูเบอร์ก็พยายามใช้ประโยชน์จากแรงต้านนั้น

ในเดือน ม.ค. 2016 เมื่ออูเบอร์พยายามยึดตลาดยุโรปจนนำไปสู่การประท้วงของคนขับแท็กซี่ในเบลเยียม สเปน อิตาลี และฝรั่งเศส

ท่ามกลางการประท้วงหยุดงานของแท็กซี่และการจลาจลในปารีส คาลานิกได้สั่งให้ผู้บริหารอูเบอร์ในฝรั่งเศสตอบโต้ด้วยการสนับสนุนให้คนขับอูเบอร์จัดการประท้วงบ้าง และบอกว่า “ผมคิดว่ามันคุ้มค่า ... ความรุนแรงจะรับประกันความสำเร็จให้เรา”

เอกสารลับระบุว่า มีการให้ใช้นโยบาย “เสี้ยม” แบบเดียวกันนี้ในอิตาลี เบลเยียม สเปน สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ด้วย

ด้านโฆษกของคาลานิกออกมากล่าวว่า คาลานิกไม่เคยแนะนำว่าอูเบอร์ควรใช้ประโยชน์จากความรุนแรง และข้อมูลใด ๆ ที่บอกว่าเขามีส่วนร่วมในการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องเท็จ

โฆษกของคาลานิกยังกล่าวว่า การขยายกิจการของอูเบอร์นั้น “นำโดยผู้นำกว่าร้อยคนในหลายสิบประเทศทั่วโลก และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงตลอดเวลา และได้รับการอนุมัติอย่างเต็มที่จากผู้ออกกฎหมาย ฝ่ายนโยบาย และมีการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่แข็งแกร่งของอูเบอร์”

หลังจากที่มีข่าวการรั่วไหลของเอกสารลับ 124,000 ฉบับนี้ ทางบริษัทอูเบอร์ก็ได้ออกมายอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต และยืนยันว่า อูเบอร์เปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ปี 2017 หลังมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารเป็น ดารา โคสโรว์ชาฮี

“เราจะไม่แก้ตัวสำหรับพฤติกรรมในอดีตของบริษัทที่ไม่สอดคล้องกับค่านิยมในปัจจุบันของเราอย่างชัดเจน ... แต่เราขอให้สาธารณชนตัดสินเราจากสิ่งที่เราทำในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (หลังปี 2017) และสิ่งที่เราจะทำในปีต่อ ๆ ไป”

โฆษกของอูเบอร์ในปัจจุบันยังทราบถึงความผิดพลาดในอดีตในการปฏิบัติต่อคนขับ แต่กล่าวว่า ไม่มีใคร รวมถึงคาลานิก ที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงต่อคนขับอูเบอร์ “มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อดีตซีอีโอของเราเคยกล่าวไว้เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วที่เราจะไม่ยกโทษให้อย่างแน่นอน ... แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้และรู้สึกอย่างยิ่งคือ ไม่มีใครในอูเบอร์มีความสุขกับการใช้ความรุนแรงต่อคนขับ”

 

เรียบเรียงจาก The Guardian

ภาพจาก AFP

ตร.ญี่ปุ่น ยอมรับอารักขา “อาเบะ” หละหลวม ปมถูกยิงด้านหลัง

รัสเซียผ่านร่างกฎหมายใหม่ บังคับบางธุรกิจจัดหาทรัพยากรจำเป็นให้กองทัพ

โควิดวันนี้ (11ก.ค.65) ดับเพิ่ม 24 ราย ปอดอักเสบไม่ลด เฉียด 800 ราย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ