บรรยากาศของบ้านพักประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา เมื่อวานนี้ยังคงคลาคล่ำไปด้วยประชาชนที่แวะเวียนเข้าออกกันตลอดวัน ท่ามกลางการดูแลความสงบจากเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ
ผู้ประท้วงเหล่านี้บางคนเพิ่งเดินทางมาถึงบ้านพักประธานาธิบดีเมื่อวาน (11 ก.ค.) บางคนปักหลักอยู่ยาวมาตั้งแต่การประท้วงในวันเสาร์
พวกเขายังคงยืนยันว่า จะไม่ออกไปไหนจนกว่าประธานาธิบดีจะลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งวันที่ถูกประกาศคือวันพรุ่งนี้ (13ก.ค.)
หลายคนสงสัยว่าผู้ประท้วงที่ปักหลักในบ้านพักประธานาธิบดีกินอยู่อย่างไร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาปรากฏภาพของผู้คนช่วยกันขนน้ำและอาหารเข้าไปแจกจ่ายให้กับคนในนั้น รวมถึงคนที่อยู่บริเวณรอบๆ เมื่อได้ยินว่าพื้นที่นี้แจกจ่ายน้ำและอาหารก็พากันตามมาสมทบ
ไม่เพียงแค่บ้านพักของประธานาธิบดีที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ แต่ยังมีอีกจุดหนึ่งคือที่หน้าโรงแรมแกลเล เฟซ จุดนี้ติดกับชายหาดของกรุงโคลอมโบ เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง
ภาพจากคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงใช้พื้นที่บริเวณลานหน้าโรงแรมจัดปราศรัยและเล่นดนตรีศรีลังกามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สถานการณ์ในศรีลังกาเกิดความตึงเครียดถึงขีดสุด เมื่อผู้ชุมนุมนับแสนรวมตัวกันลงถนนประท้วงในกรุงโคลอมโบ เมืองหลวง การประท้วงเกิดขึ้นหลายจุด วุ่นวายจนตำรวจต้องสกัดผู้ประท้วงด้วยแก๊สน้ำตา
ผู้ประท้วงกลุ่มใหญ่มุ่งตรงไปยังบ้านพักของประธานาธิบดี ด้านตำรวจวางแนวกั้นแต่ไม่สามารถสกัดผู้ประท้วงที่มีจำนวนมหาศาลได้ ส่งผลให้พวกเขาบุกเข้าไปได้ถึงข้างใน
จากนั้นภาพที่เกิดขึ้นตามมาคือ ภาพของผู้ประท้วงที่รื้อค้นข้าวของ และดื่มด่ำกับวิถีชีวิตอันหรูหราของผู้นำ ไม่ว่าจะเป็น ห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำ
วุ่นวายจนในที่สุดทั้งประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา และนายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห ยอมประกาศลาออกจากตำแหน่ง
หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของประชาชนในการขับไล่ประธานาธิบดีคือกลุ่มนักเคลื่อนไหวกลุ่มนี้ที่ใช้ชื่อว่า The Struggle
สมาชิกมาจากหลากหลายอาชีพ พวกเขานัดพบปะกันตั้งแต่เดือนมิถุนายน ด้วยเป้าหมายขับไล่โกตาบายา ราชปักษา ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีให้ได้
The Struggle ใช้ทั้งการประกาศบนโลกออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงยังเข้าหากลุ่มสหภาพแรงงาน สหภาพนักเรียน เพื่อรวมมวลชนให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะกำหนดวันสำคัญในการลงถนน นั่นคือ วันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดรัฐสภาศรีลังกากำหนดวันที่จะลงมติเลือกประธานาธิบดีคนใหม่แล้ว นั่นคือวันที่ 20 ก.ค.นี้กำหนดการระบุว่า ในวันที่ 15 ก.ค. หลังประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษาลาออก ทางรัฐสภาจะจัดประชุมเพื่อแจ้งว่า ตำแหน่งประธานาธิบดีได้ว่างลง
จากนั้นให้สมาชิกสภาที่มีจำนวน 225 คนเสนอชื่อผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ภายในวันที่ 19 ก.ค. และเลือกผู้นำคนใหม่ในวันที่ 20 ก.ค.ทั้งนี้ผู้นำคนใหม่จะดำรงตำแหน่งถึงแค่ปี 2024 ตามวาระเดิมของโกตาบายา ราชปักษา
หนึ่งในคนที่ถูกเผยชื่อออกมาแล้วว่าจะลงเป็นผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่คือ สาจิต เปรมาดาสา ผู้นำฝ่ายค้านที่มีฐานเสียงสมาชิกรัฐสภาที่มาจากพรรค SJB ของเขาราว 50 เสียง อย่างไรก็ตามจะชนะได้ต้องได้รับคะแนนเสียงมากกว่า 113 เสียงจากทั้งหมด 225 เสียง
สาจิต เปรมาดาสา เคยลงแข่งกับโกตาบายา ราชปักษามาแล้วในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมาเมื่อปี 2019 รวมถึงยังได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก มหินทรา ราชปักษาด้วย หลังพี่ชายของประธานาธิบดีประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่เขาปฏิเสธตำแหน่งจึงตกป็นของ รานิล วิกรมสิงเห
อย่างไรก็ตามแม้รัฐมนตรีของประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา จะต้องถูกเปลี่ยนยกชุด แต่มีรายงานว่า นันดาลัล วีระสิงห์ ผู้ว่าการธนาคารกลางคนปัจจุบันจะยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป เพราะยังมีภารกิจที่ต้องติดต่อประสานงานกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ
แม้จะขับไล่ผู้นำประเทศได้แล้ว แต่สิ่งที่ยังอยู่คือปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขคนศรีลังกามีชีวิตที่ยากลำบากกันมาหลายเดือนแล้ว และทุกวันนี้ภาพดังกล่าวยังไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คนขับรถตุ๊กตุ๊กยังคงต้องต่อแถวรอเติมน้ำมันเชื้อเพลิง
ในวันเดียวกันราคาน้ำมันในศรีลังกาขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยน้ำมันดีเซลต่อลิตรปัจจุบันอยู่ที่ 470 ศรีลังการูปี หรือลิตรละราว 47 บาท
ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อล่าสุดที่มากถึงร้อยละ 57 ส่งผลให้ผู้คนเดือดร้อนอย่างมาก โดยเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำที่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง หนึ่งในนั้นที่ทำงานขับรถเล่าว่า เขารอเติมน้ำมันมาห้าวันแล้ว
อีกผลกระทบคือการขาดแคลนก๊าซหุงต้ม ส่งผลให้หลายร้านอาหารต้องปรับตัวกลับไปใช้ถ่านไม้แต่ความต้องการถ่านไม้ที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ถ่านขาดตลาดอีก
ภาพจากร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงโคลอมโบ จะเห็นว่าเพื่อให้ร้านยังคงเปิดต่อไปได้ ในที่สุดแล้วเจ้าของร้านต้องกลับมาใช้ฟืนแทน
พวกเขาเล่าว่า ไม่มีก๊าซใช้มานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว และหากมีสินค้าก็ไม่อาจทราบได้ว่าราคาจะพุ่งขึ้นเป็นเท่าไหร่
ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซหุงต้มมาจากการบริหารงานที่ผิดพลาด ซ้ำเติมด้วยปัจจัยจากสถานการณ์โลกอย่าง โควิด-19 และสงครามในยูเครน
ที่ผ่านมาศรีลังกามีสัดส่วนรายได้จากภาคบริการมากถึงร้อยละ 60 ดังนั้นการระบาดของโควิด-19 จึงกระทบเต็มๆ
การท่องเที่ยวที่ลดลงทำให้เงินทุนสำรองต่างประเทศที่ศรีลังกาควรจะได้จากชาวต่างชาติลดลงไปด้วย ขณะเดียวกันก็ถูกซ้ำด้วยปัญหาราคาข้าวของนำเข้าแพงขึ้นจากวิกฤตรัสเซียบุกยูเครน
รัฐบาลพยายามประคองเศรษฐกิจด้วยการลดภาษี ทั้งยังขายพันธบัตรในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และใช้เงินอุดหนุนสินค้านำเข้า ผลที่ได้คือ ค่าเงินของศรีลังกาอ่อนลง เกิดวิกฤตเงินเฟ้อตามมา
ส่วนปัญหาพลังงานขาดแคลนเป็นผลมาจากการที่ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของศรีลังกาลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนไม่มีเพียงพอใจการจ่ายค่านำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้านำเข้าอื่นๆ ส่งผลให้คนศรีลังกาต้องเสียเวลาเข้าคิวกันเป็นวันๆ