ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครน เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ หลัง 45 ชาติเปิดการหารือที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ เพื่อลงนามในข้อตกลงทำงานร่วมกัน เพื่อเปิดการสอบสวนการที่รัสเซียทำสงครามรุกรานยูเครน ภารกิจของพวกเขาคือการเน้นไปที่การโจมตีพลเรือนและประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเซเลนสกีได้ประณามเหตุการณ์ที่รัสเซียยิงขีปนาวุธเข้าใส่ในเมืองวินนิตเซียเมื่อวานนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน ในจำนวนดังกล่าวมีเด็กสามคนที่อายุต่ำกว่า 10 ขวบ รวมอยู่ด้วย
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ ผู้นำกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในแคว้นโดเนสตก์ ที่ตอนนี้กลายเป็นสมรภูมิรบดุเดือด เปิดเผยว่า กองทัพยูเครนได้ยิงปืนใหญ่เข้าใส่สถานีรถโดยสารในเมืองๆหนึ่งที่ทางกลุ่มกบฏยึดครองอยู่ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตสองราย แคว้นโดเนสตก์กลายมาเป็นจุดสำคัญของการสู้รบในเวลานี้ เพราะรัสเซียพยายามระดมพลที่จะยึดแคว้นดักงล่าวให้ได้ หลังจากก่อนหน้านี้สามารถยึดแคว้นลูฮานสก์ไปได้แล้ว และถ้าหากยึดโดเนสตก์ได้สำเร็จ ก็เท่ากับว่า รัสเซียสามารถยึดภูมิภาคดอนบาสได้เป็นที่เรียบร้อย
แต่ในหลายๆเมืองที่แคว้นลูฮานสก์ หลังจากที่รัสเซียเข้ามายึดครองได้และถอนกำลังออกไป แต่ละเมืองก็แทบกลายเป็นเมืองร้าง โดยเมื่อวานนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ได้ลงพื้นที่ไปยังเมืองโปปาสน่า ซึ่งครั้งหนึ่ง เมืองนี้เคยมีประชากรราวสองหมื่นคน แต่หลังจากการสู้รบดุเดือดยาวนานกินเวลาหลายสัปดาห์ สภาพเมืองก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก แม้จะมีการถอนกำลังทหารออกไปแล้ว แต่ยังคงพบเห็นซากความเสียหายที่เกิดขึ้น อาคารอพาร์ทเมนต์เกือบทั้งหมดของตัวเมืองได้รับความเสียหายมากน้อยแตกต่างกันออกไป สภาพถนนก็แทบใช้การไม่ได้ ไม่มีประชาชนออกมาเดินตามท้องถนน รอยเตอร์ถึงกลับรายงานว่า ไม่มีแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงหรือนกอยู่ในเมืองดังกล่าวเลย อย่างไรก็ตาม ยังพบเห็นประชาชนจำนวนหนึ่งกลับมายังบ้านเรือนของตนเพื่อสำรวจความเสียหาย