เมื่อวันอาทิตย์ (17 ก.ค.) กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า รัสเซียกำลังเสริมการป้องกันของกองทัพทั่วพื้นที่ทางตอนใต้ของยูเครนที่รัสเซียสามารถยึดครองไว้ได้ คาดว่าเพื่อป้องกันการถูกตีเมืองคืน
การเสริมกำลังดังกล่าวประกอบด้วยการเคลื่อนย้ายกำลังคนและอุปกรณ์ กองกำลังป้องกันระหว่างมาริอูปอลและซาโปริซเซีย และในเคอร์ซอน ขณะที่กองกำลังรัสเซียในเมลิโทปอลเองก็เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเช่นกัน
ไฟป่ายุโรปโหมหนัก หลังสถานการณ์คลื่นความร้อนยังวิกฤต
ในวันเดียวกัน ขีปนาวุธของรัสเซียได้โจมตีโรงงานอุตสาหกรรมในเมืองมิโคเลฟ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการต่อเรือที่สำคัญในยูเครนตอนใต้ และเป็นเมืองสำคัญที่ยังไม่ถูกรัสเซียยึดไป
นายกเทศมนตรีเมืองมิโคเลฟ โอเล็กซานเดรอ เซนเควิช กล่าวว่า ขีปนาวุธดังกล่าวโจมตีโรงงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน
กองทัพรัสเซียได้ประกาศเป้าหมายที่จะยึดชายฝั่งทะเลดำทั้งหมดของยูเครนไปจนถึงชายแดนโรมาเนีย หากประสบความสำเร็จ จะเป็นการทำลายเศรษฐกิจและการค้าของยูเครน และเปิดเส้นทางเชื่อจากรัสเซียไปยังภูมิภาคทรานสนิสเตรียของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในมอลโดวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารรัสเซียด้วย
ในช่วงต้นของการรุกราน กองกำลังยูเครนได้ป้องกันความพยายามของรัสเซียในการยึดมิโคเลฟและโอเดสซา อีกเมืองท่าเรือหลักของยูเครน และยังสามารถรักษาทั้งสองเมืองไว้ได้ กองกำลังรัสเซียได้ระงับความพยายามที่จะบุกเข้าไปในเมือง แต่ยังคงโจมตีทั้งสองเมืองด้วยขีปนาวุธอยู่เป็นประจำ
พล.ท.อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ขีปนาวุธของรัสเซียทำลายคลังอาวุธขีปนาวุธฮาร์ปูนที่กลุ่มพันธมิตรนาโตส่งมาให้ยูเครน
กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรประเมินว่า รัสเซียกลัวการตอบโต้ของยูเครน จึงพยายามเสริมกำลังในภูมิภาคเคอร์ซอนใกล้แหลมไครเมียและในพื้นที่ส่วนหนึ่งของภูมิภาคซาโปริซเซีย
“การเสริมกำลังทางใต้ในขณะที่การต่อสู้ในดอนบาส (ยูเครนตะวันออก) ยังดำเนินอยู่ บ่งบอกว่า รัสเซียกำลังมองว่าการโจมตีกลับของยูเครนเป็นภัยคุกคามอย่างจริงจัง” กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรระบุ
ด้านเจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่า พบเห็นขบวนขนยุทโธปกรณ์ทางทหารของรัสเซียกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกจากเมืองมาริอูปอลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งกำลังถูกกองกำลังยูเครนรุกตีเมืองคืน
เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า ขบวนยุทโธปกรณ์ทหารราว 100 หน่วยได้แล่นผ่านเมืองมาริอูปอลไปยังเมืองซาโปริซเซียเมื่อวันเสาร์ (16 ก.ค.) นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า นี่คือการสนับสนุนกองกำลังรัสเซียในเคอร์ซอนที่กำลังถูกยูเครนโจมตีด้วยอาวุธระยะไกลที่ได้จากชาติตะวันตก
เรียบเรียงจาก AP / CNN / Reuters
ภาพจาก AFP