นายเบน วอลเลซ รัฐมนตรีว่าการกลาโหมของสหราชอาณาจักร ระบุว่ารัสเซียกำลังล้มเหลวในหลายพื้นที่ ในการทำสงครามในยูเครน และอาจทำให้ประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ต้องเปลี่ยนยุทธวิธีอีกครั้ง
“รัสเซียกำลังล้มเหลวในภาคพื้นดินหลายพื้นที่ แผนเอ, บี และซีของประธานาธิบดีปูตินถือว่าล้มเหลว และเขาอาจต้องหาแผนดี ขณะนี้กองกำลังรัสเซียในยูเครนกำลังอยู่ในสถานะยากลำบาก"
ขณะนี้รัสเซียยังไม่บรรลุเป้าหมายหลัก ๆ ที่ตั้งไว้ รวมถึงการสูญเสียกำลังพลและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยนายวอลเลซมองว่ารัสเซียไม่สามารถยึดครองยูเครนได้ ทำได้เพียงแต่ถล่มและทำลายแบบไม่เลือกเป้าหมาย แต่นั่นไม่ใชชัยชนะ
เขามองว่าปูตินไม่ได้เปลี่ยนเป้าหมายตั้งแต่ช่วงต้นในการยึดครองยูเครนทั้งหมด แต่กองทัพรัสเซียเสียหายอย่างหนัก เสียชีวิตมากกว่า 25,000 นาย และบาดเจ็บสองเท่า ทำให้กองทัพรัสเซียที่ทำสงครามสูญเสีย ทั้งชีวิต-บาดเจ็บ 75,000 นาย
อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียออกมาปฏิเสธความสูญเสียข้างต้น โดยระบุว่าเป็น "ข่าวปลอม" และ กำลังทหารที่เข้าไปรบในยูเครนก็เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของสหราชอาณาจักร ยังระบุอีกว่ามีบริษัทเอกชน ที่ชื่อว่า Wagner ที่รับผิดชอบแนวหน้าในยูเครนภาคตะวันออก ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในการใช้งานบริษัทเอกชนครั้งสำคัญในรอบเกือบ 10 ปี ที่เข้ามารับผิดชอบในสงครามขนาดใหญ่แทนกำลังทหารของรัสเซีย
แต่ดูเหมือนว่ากองกำลังของ Wagner ดูเหมือนไม่เพียงพอในการช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสงครามยูเครนของรัสเซีย อีกทั้งกลยุทธ์ของรัสเซียก็เป็นกลยุทธเก่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยการเคลื่อนทัพอย่างช้า ๆ แต่ก็ได้ทำลายเป้าหมายรุนแรง และสูญเสียได้มาก โดยการเกณฑ์ทหารมากจากเขตพื้นที่ยากจนและชนกลุ่มน้อยของรัสเซีย พวกเขาใช้ทหารรับจ้าง แล้วผลักดันให้ทหารเหล่านี้ไปข้างหน้าโดยไม่ได้มองถึงผลที่ตามมา
สำหรับอาวุธพิสัยไกลของตะวันตกที่ส่งไปช่วยยูเครน มีประสิทธิภาพในการทำลายมาก ในขณะที่รัสเซียใช้อาวุธพิสัยไหลที่มีประสิทธิภาพเพียง 40-50%