ไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ที่สวนสัตว์ซูริคในขณะนี้คือ เฮอร์ปีส์ไวรัสในช้าง (EEHV) เป็นไวรัสที่แฝงอยู่ในช้างเกือบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นช้างป่าหรือช้างเลี้ยง ซึ่งหากไวรัสชนิดนี้ตื่นขึ้นมาและแพร่กระจายตามกระแสเลือด ก็จะทำให้ช้างเกิดเลือดออกภายในและอวัยวะล้มเหลว และตายได้ภายในเวลาไม่กี่วัน
โดยช้างเพศผู้วัย 2 ปี ชื่อ “อุเมส” (Umesh) เป็นช้างเชือกแรกที่ตายเพราะไวรัสนี้เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นไม่กี่วันช้างเพศเมียวัย 8 ปี ชื่อ “โอมิชา” ที่เกิดจากแม่เดียวกันก็ตายตามมา
ล่าสุด ช้างเพศเมีย วัย 5 ปี ชื่อ "รูวานี" เพิ่งล้มไปอีกเชือกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (23 ก.ค.) ทำให้ตอนนี้สวนสัตว์ซูริคมีช้างเอเชียเหลืออยู่เพียง 5 เชือก
ปาสกาล มาร์ตี้ เจ้าหน้าที่สวนสัตว์บอกว่า ในช้างเลี้ยง ไวรัสชนิดนี้เป็นสาเหตุการตายหลักของช้างวัย 2 ปี ถึง 8 ปี ขณะที่ช้างป่าก็ตายเพราะโรคนี้เช่นกัน แต่ตรวจพบได้ยากกว่า ซึ่งตอนนี้พวกเขายังไม่ทราบว่าการระบาดเกิดขึ้นได้อย่างไรและเกิดขึ้นเมื่อไหร่
โรคเฮอร์ปีส์ไวรัสในช้างยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และแม้ว่าจะมียาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาตามอาการได้ แต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก ขณะที่ถึงช้างจะได้รับการรักษารวดเร็ว โอกาสรอดชีวิตก็มีเพียง 1 ใน 3
สวนสัตว์ซูริคเปิดส่วนที่อยู่ใหม่ของช้าง ซึ่งตั้งชื่อว่า "อุทยานช้างแก่งกระจาน" เมื่อปี 2014 โดยมีเนื้อที่ 11,000 ตารางเมตร หรือเท่ากับสนามฟุตบอล 1 สนามครึ่ง ซึ่งกว้างกว่าของเดิม 6 เท่า
องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือไอยูซีเอ็น (IUCN) กำหนดให้ช้างเอเชียเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยทั่วโลกมีเหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 50,000 ตัว
ภาพ: FABRICE COFFRINI / AFP