ยูเครนตราหน้ารัสเซีย "รัฐก่อการร้าย" ฉะทหารกองพันอาซอฟสมควรถูกแขวนคอตาย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ยูเครนตราหน้ารัสเซีย "รัฐก่อการร้าย" หลังสถานทูตรัสเซียประจำสหราชอาณาจักร ทวีตข้อความ ทหารกองพันอาซอฟสมควรถูกแขวนคอตาย

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 ก.ค. 65) เกิดเหตุโจมตีที่คุมขังนักโทษสงครามยูเครนในพื้นที่ที่รัสเซียยึดครองอยู่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คน ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า ในจำนวนนี้มีทหารอาซอฟรวมอยู่ด้วย ขณะที่รัสเซียและยูเครนต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุนองเลือดครั้งนี้

เมื่อวานนี้ สถานทูตรัสเซียประจำสหราชอาณาจักรได้ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า "นักรบอาซอฟสมควรถูกประหาร ไม่ใช่ด้วยการยิงเป้าแต่ด้วยการแขวนคอ เพราะพวกเขาไม่ใช่ทหารจริง ๆ พวกเขาสมควรพบกับความตายที่น่าอับอาย"

ยูเครนโดนขีปนาวุธถล่มหนัก คาดยิงจากแผ่นดินเบลารุส

"รัสเซีย" ระดมยิงขีปนาวุธโจมตีใส่ "ยูเครน"

รัสเซีย บุกยึดโรงไฟฟ้าใหญ่ อันดับ 2 ของยูเครน

ทวีตดังกล่าวถูกโพสต์พร้อมคลิปสามีภรรยาคู่หนึ่ง ท่ามกลางซากอาคารในเมืองมารีอูปอล ซึ่งอ้างว่าทหารอาซอฟยิงใส่บ้านของพวกเขาและเรียกร้องให้มีการประหาร หลังจากสถานทูตรัสเซียประจำสหราชอาณาจักรทวีตข้อความดังกล่าว นายอันดรีย์ เยร์มัค (Andriy Yermark) หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการของประธานาธิบดียูเครน ตอบโต้ผ่านเทเลแกรมและทวิตเตอร์ว่ารัสเซียเป็นรัฐที่สนับสนุนก่อการร้าย โดยระบุว่าในศตวรรษที่ 21 มีเพียงพวกป่าเถื่อนและก่อการร้ายที่สามารถพูดในระดับการทูตได้ว่าใครสมควรถูกแขวนคอประหาร ไม่มีอะไรเป็นหลักฐานได้มากกว่านี้อีกแล้ว

ด้านทวิตเตอร์ยอมรับว่า ทวีตของสถานทูตรัสเซียทำผิดกฎของแพลตฟอร์ม ว่าด้วยการกระทำที่สร้างความเกลียดชัง แต่ได้ตัดสินใจที่จะยังไม่ปิดกั้นทวีตดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่าอาจมีประโยชน์ต่อสาธารณะ

ยูเครนได้เรียกร้องให้มีการเปิดทางให้สหประชาชาติและคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศเข้าตรวจสอบเหตุการณ์ที่เรือนจำในเมืองโอเลนิฟกา โดยคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศระบุเมื่อวันศุกร์ว่า กำลังประสานขอเข้าไปในสถานกักกันดังกล่าว และพูดคุยกับนักโทษที่รอดชีวิต แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตจนถึงขณะนี้ รองหัวหน้าคณะผู้แทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศในยูเครนระบุว่า การอนุญาตให้เข้าถึงนักโทษสงครามเป็นหนึ่งในข้อผูกมัดภายใต้อนุสัญญาเจนีวา ซึ่งว่าด้วยมาตรฐานในการปฏิบัติต่อผู้เป็นเหยื่อของสงครามอย่างมีมนุษยธรรม

ล่าสุด สื่อต่างประเทศรายงานอ้างกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ว่า ทางการมอสโกได้เชิญผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติและกาชาดสากลอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อทำการสืบสวนตามความเป็นจริง

ขณะเดียวกัน เมื่อคืนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้ออกคำสั่งอพยพพลเรือนทั้งหมดที่ยังอยู่ในภูมิภาคโดเนตสค์ โดยเตือนว่าการสู้รับระหว่างกองกำลังของยูเครนและรัสเซียทวีความรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ ผู้นำยูเครน ยังกล่าวถึงเหตุโจมตีเรือนจำในเมืองโอเลนิฟกาว่ากำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อหาตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลัง พร้อมย้ำกว่าจะต้องมีการรับรองอย่างเป็นทางทางการว่ารัสเซียเป็นรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย

อีกความเคลื่อนไหวหนึ่ง ทำเนียบประธานาธิบดียูเครนระบุเมื่อวานนี้ว่า เรือจำนวน 16 ลำที่บรรทุกธัญพืชเตรียมออกเดินทางจากท่าเรือเมืองโอเดสซาแล้ว ขณะที่ผู้สื่อข่าวอัลจาซีรารายงานว่า ธัญพืชจำนวน 25 ล้านตันจะถูกส่งไปยังแอฟริกา ตะวันออกกลาง และส่วนอื่นๆ ของโลก ตามข้อตกลงส่งออกธัญพืชที่รัสเซียและยูเครนร่วมลงนามเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยได้มีการวางแผนเส้นทางที่ปลอดภัยสำหรับเรือเหล่านี้แล้ว

ประธานาธิบดีเซเลนสกี ได้ลงพื้นที่ที่ท่าเรือเชอร์โนมอร์สก (Chernomorsk) ในโอเดสซา เพื่อตรวจดูการเตรียมการส่งออก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ยูเครนพร้อมแล้วที่จะเริ่มส่งออกธัญพืชอีกครั้งจากท่าเรือในทะเลดำ และกำลังรอสัญญาณจากสหประชาชาติและตุรกี และการรับรองจากกองทัพของเราเกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัย

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ