1 ปีกับสัญญาตาลีบัน สุขกระจุก-ทุกข์กระจาย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ย้อนไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว วันที่ 15 ส.ค.เป็นวันที่กองกำลังตาลีบันบุกเข้ายึดกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน สถาปนาตนขึ้นเป็นรัฐบาลชุดใหม่ ให้คำมั่นสัญญาถึงอนาคตที่จะดีกว่า แต่ขณะเดียวกันก็ออกข้อจำกัดทางสังคมมากมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้คนในวันที่เรื่องราวของประเทศนี้เลือนหายไปจากการรับรู้ของผู้คน วันนี้ชาวอัฟกานิสถานเป็นอย่างไร?

วันที่ 15 สิงหาคมมีความหมายและให้ความรู้สึกแก่ผู้คนแตกต่างกันไป สำหรับคนกลุ่มนี้ พวกเขาดีใจที่วันเวลาเวียนมาบรรจบครบรอบหนึ่งปี ที่กรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน กลุ่มผู้สนับสนุนตาลีบันออกมารวมตัวกันประกาศความยินดี

รัฐบาลตาลีบันกำหนดให้วันนี้ วันที่ 15 สิงหาคม เป็นวันหยุดแห่งชาติ เนื่องจากมีความสำคัญในฐานะ "ชัยชนะของสงครามจีฮัดต่อสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร"

นอกเหนือจากกลุ่มผู้สนับสนุนที่ออกมาประกาศศักดาแล้ว บรรยากาศทั่วไปในกรุงคาบูลแทบไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าเป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่ตาลีบันยึดครองประเทศได้

ผู้คนออกมาทำงาน จับจ่ายซื้อของกันตามปกติ รถราวิ่งกันขวักไขว่ โดยมีทหารของกลุ่มตาลีบันยืนประจำการตามจุดต่างๆ แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ส่วนสนามบินที่เคยวุ่นวายจากเหตุการณ์ผู้คนแย่งกันอพยพ วันนี้เปิดทำการตามปกติ

อย่างไรก็ตามลึกลงไปในชีวิตประจำวันของผู้คน หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก และไม่ใช่ในทางที่ดีขึ้น

เริ่มต้นที่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับกลุ่มตาลีบัน ทหารเหล่านี้เคยจับอาวุธปืน ใช้ชีวิตเพียงเพื่อการต่อสู้มาโดยตลอด แต่หลังจากกลุ่มตาลีบันยึดทั้งประเทศได้ในวันที่ 15 สิงหาคม ปี 2021 พวกเขาก็ค่อยๆ วางอาวุธลง

จากที่เคยครุ่นคิดแต่แผนการโจมตี มาวันนี้ทหารตาลีบันที่ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มใช้เวลาไปกับการเรียนหนังสือแทน เช่น วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาคอมพิวเตอร์

พวกเขาให้เหตุผลว่า เพราะทุกวันนี้อัฟกานิสถานสงบขึ้นแล้ว หลายคนจึงมีโอกาสได้ศึกษาต่อ หลังจากที่หยุดไปหลายปีเพราะมัวแต่ต่อสู้กับรัฐบาลอัฟกันชุดก่อนที่นำโดย อัชราฟ กานี

ที่ผ่านมารัฐบาลตาลีบันมักระบุว่า หลังการขึ้นปกครองของพวกเขา อัฟกานิสถานปลอดภัยขึ้นมาก เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่สหรัฐฯ เคยเข้ามาประจำการที่ในตอนนั้นมีเหตุโจมตีแทบจะรายวัน

ภายใต้การปกครองของตาลีบัน พวกเขาให้คำมั่นสัญญาหลายประการ เช่น จะให้เสรีภาพสื่อในการแสดงออก ให้เสรีภาพผู้หญิงในการเรียนและทำงานภายใต้กฎอิสลาม จะสร้างความมั่นคงให้กับประเทศนี้ และไม่ให้อัฟกานิสถานกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของกลุ่มก่อการร้าย รวมถึงจะขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไป

ส่วนใหญ่ของคำสัญญายังไม่เกิดขึ้น มีเพียงด้านความมั่นคงปลอดภัยเท่านั้นที่ตาลีบันพอจะสร้างขึ้นมาได้ ดังจะเห็นได้จากการจัดตั้งจุดตรวจมากมายในกรุงคาบูล รวมถึงการออกบทลงโทษที่เข้มงวดแก่ผู้ที่ก่ออาชญากรรม เช่น ก่อนหน้านั้นตาลีบันเคยแขวนคออาชญากรประจานกลางถนนมาแล้วในช่วงที่ขึ้นสู่อำนาจใหม่ๆ

นอกเหนือจากกรุงคาบูลที่มีทหารตาลีบันติดอาวุธคอยตรวจตราตามจุดต่างๆ แล้ว บางพื้นที่อย่างจังหวัดปัญจ์ชีร์ ชาวบ้านที่สนับสนุนตาลีบันระบุว่า ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาสถานการณ์ที่นี่ดีขึ้นมาก เหตุโจมตีมีน้อยลง และผู้คนที่เคยอพยพหนีความรุนแรงไปยังจังหวัดอื่นก็เริ่มทยอยกลับมายังบ้านเกิด

อย่างไรก็ตามความปลอดภัยที่ตาลีบันกล่างอ้างว่ามั่นคงขึ้นนั้นสวนทางกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของผู้คนที่ย่ำแย่ลง

สาเหตุมาจากสถานะของรัฐบาลตาลีบันที่ขึ้นสู่อำนาจอย่างไม่ชอบธรรมส่งผลให้อัฟกานิสถานถูกนานาชาติคว่ำบาตรทางการค้าและตัดเงินทุนช่วยเหลือในด้านต่างๆ

อัฟกานิสถานที่เดิมต้องพึ่งพา ความช่วยเหลือจากนานาชาติในการขับเคลื่อนประเทศอยู่แล้วเผชิญกับความโดดเดี่ยว อีกทั้งยังถูกแช่แข็งทรัพย์สินของธนาคารกลางที่คาดกันว่ามีราว 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ปัญหาที่ตามมาคือ วิกฤตเงินเฟ้อ ข้าวของขาดแคลน อาหารหายาก ผู้คนอดอยาก ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์หร่อยหรอจนมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ

นานาชาติตั้งเงื่อนไขว่า จะกลับมาให้ความช่วยเหลือก็ต่อเมื่อตาลีบันแสดงสัญญาณว่าจะยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้คน รวมถึงเปิดเสรีภาพให้ผู้หญิง แต่ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาความเปลี่ยนแปลงยังไม่เกิดขึ้น อัฟกานิสถานในภาพรวมจึงยิ่งดิ่งลงเรื่อยๆ

สหประชาชาติประเมินว่า หนึ่งปีที่ผ่านมาหลังตาลีบันขึ้นปกครองคาดว่าชาวอัฟกันมากถึง 25 ล้านคนจากทั้งประเทศที่มี 39 ล้านคนกำลังมีชีวิตอยู่กับความยากจน และในปีนี้ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลง งานอีกราว 900,000 ตำแหน่งจะหายไป

นั่นหมายความว่าจำนวนคนตกงานในอัฟกานิสถานจะยิ่งเพิ่มขึ้น และจำนวนคนจนก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

ภาพสะท้อนความเป็นจริงที่ดีที่สุดว่าขณะนี้สังคมอัฟกานิสถานกำลังขาดแคลนทรัพยากรอย่างหนักคือ ระบบสาธารณสุข

ตามคลีนิกและโรงพยาบาลต่างๆ เต็มไปด้วยผู้ป่วยเด็กที่กำลังขาดสารอาหาร รายงานจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พวกเขาไม่เคยเห็นจำนวนของผู้ป่วยเด็กที่มากมายขนาดนี้มาก่อน

อีกภาพสะท้อนหนึ่งของปัญหาขาดแคลนทรัพยากรคือการที่โรงพยาบาลต้องเลือกรักษาผู้ป่วยอาการหนักเท่านั้น เนื่องจากไม่มียาและเจ้าหน้าที่เพียงพอ

ตัวอย่างจากโรงพยาบาลหนึ่งในเขตมูซา คาลา ของจังหวัดเฮลมันด์ เมื่อเเดือนที่ผ่ามาเกิดวิกฤตอหิวาตกโรคส่งผลให้จำนวนคนที่มาโรงพยาบาลนั้นล้นทะลักเกินรับมือ

เมื่อรวมเข้ากับวิกฤตข้าวยากหมากแพง จึงมีเสียงโอดครวญจากชาวบ้านว่า ชีวิตที่เป็นอยู่นั้นภายใต้การปกครองของตาลีบัน คุณภาพชีวิตของผู้คนย่ำแย่ลง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ