นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ลอบสังหารดาร์ยา ดูกินา นักข่าวและผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง ซึ่งเป็นลูกสาวของนักปรัชญาคนสนิทของประธานาธิบดีปูติน ซึ่งล่าสุด หน่วยความมั่นคงกลางของรัสเซียหรือ FSB ออกมาระบุว่าเป็นฝีมือของยูเครน วันนี้ ( 23 ส.ค.) ทางครอบครัวได้จัดพิธีไว้อาลัยของเธอที่กรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย
คำกล่าวจากพ่อถึงลูกสาว ของอเล็กซานเดอร์ ดูกิน บิดาของดาร์ยา ดูกิน่า ในพิธีศพของเธอที่จัดขึ้นในกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย หลังเสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์
บรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความเงียบสงบ บุคคลสำคัญหลายคนต่างมาร่วมวางดอกกุหลาบสีแดงต่อหน้ารูป เพื่อแสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อการจากไปของเธอ
อเล็กซานเดอร์ย้ำว่า การจากไปของดาร์ยาในครั้งนี้จะไม่สูญเปล่า และสิ่งที่จะทำให้การจากไปของเธอคุ้มค่า คือ รัสเซียจะต้องชนะในสงครามยูเครนเท่านั้น
ส่วนที่ด้านนอก บริเวณรูปปั้นกามเทพขี่สิงโต บนถนนบริวซอฟ ในกรุงมอสโก ก็มีประชาชนเดินทางมาวางดอกกุหลาบแดง จุดเทียน และร่วมยืนสงบนิ่งเพื่อเป็นการไว้อาลัยแด่การจากไปของเธอ
บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ประชาชนบางคนบอกว่าดาร์ยาเป็นคนที่พิเศษมาก และคงมีใครมาแทนที่เธอได้
ดาร์ยา ดูกินา คือใคร ทำไมการตายของเธอจึงได้รับความสนใจ ดาร์ยา ดูกินา คือลูกสาวของ อเล็กซานเดอร์ ดูกิน ซึ่งหลายคนเรียกว่าเป็น “มันสมองของปูติน”
ดูกิน คือ นักเขียน นักคิด บางคนเรียกว่าเป็นนักปรัชญาการเมืองที่มีแนวคิดชาตินิยมสุดโต่ง แนวคิดทางการเมืองอันหนึ่งของเขาที่ได้รับการยอมรับอย่างมากในกลุ่มชาตินิยมคือ แนวคิดโนโวรอสสิยาหรือรัสเซียใหม่ ที่เชื่อว่าดินแดนตั้งแต่ขอบของประเทศมอลโดวาจนถึงชายแดนรัสเซียทางตะวันตกเป็นของรัสเซีย
ถ้าดูจากแผนที่ พื้นที่เหล่านั้นก็ได้แก่ เมืองท่าที่สำคัญบนทะเลดำ ตั้งแต่โอเดสซา เคอร์ซอน มิโคลายิฟ ไครเมีย จนมาถึงเมืองบนทะเลอาซอฟอย่างมาริอูปอล และขึ้นมาจนถึงแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ ซึ่งทั้งหมดเป็นดินแดนของประเทศยูเครน
แต่คนที่เชื่อในแนวคิดรัสเซียใหม่ให้เหตุผลว่า ดินแดนเหล่านี้เป็นของรัสเซีย โดยยึดตามดินแดนที่จักรวรรดิรัสเซียเคยครอบครองในช่วงศตรรษที่ 18
มีการพูดกันว่า ประธานาธิบดีปูตินใช้แนวคิดรัสเซียใหม่ในการกำหนดยุทธศาสตร์ที่มีต่อยูเครน นับตั้งแต่เริ่มผนวกไครเมียเมื่อปี 2014 จนมาถึงการทำสงครามที่มุ่งยึดพื้นที่ทางใต้และตะวันออกของยูเครน
ดาร์ยา ซึ่งเป็นลูกสาวของดูกินได้รับอิทธิพลของแนวคิดนี้จากพ่อของเธอ โดยเธอคือหนึ่งในคนที่ประกาศสนับสนุนการทำสงครามของรัสเซียในยูเครนอย่างเต็มที่ ในฐานะบรรณาธิการบริหารของสถานีโทรทัศน์ซาการ์ด (Tsargrad)
ในคราวที่รัสเซียยึดมาริอูปอลได้ เธอเดินทางไปที่นั่นและประกาศให้นักรบอาซอฟของยูเครนต้องรับโทษประหารทั้งหมดจากการต่อต้านรัสเซีย
เธอเสียชีวิตเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจากเหตุระเบิดรถยนต์ที่ชานกรุงมอสโกหลังเสร็จจากงานอีเวนท์งานหนึ่ง ในขณะที่พ่อของเธอรอดชีวิตอย่างหวุดหวิดหลังเปลี่ยนแผนไม่เดินทางไปกับลูกสาวในนาทีสุดท้าย
หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวไม่นาน อิเลีย ปานามาเรฟ อดีตสมาชิกรัฐสภารัสเซียที่ลี้ภัยอยู่ในยูเครนออกมาเปิดเผยว่า การลอบสังหารดาร์ยาเป็นฝีมือของกลุ่ม National Republican Army ซึ่งเป็นกลุ่มลับที่ต่อต้านรัฐบาลของปูติน อย่างไรก็ดี ทางการรัสเซียไม่เชื่อคำอ้างดังกล่าว และออกมาระบุตัวผู้ก่อเหตุแล้ว
โดยเมื่อคืนนี้ สำนักข่าวทาสส์ (TASS) ของรัสเซียรายงานว่า หน่วยงานความมั่นคงกลางของรัสเซียหรือ FSB สามารถระบุตัวผู้ที่ลงมือกดระเบิดสังหารดาร์ยา ดูกินา ลูกสาวของนักปรัชญาคนสนิทของผู้นำรัสเซียได้แล้ว
โดย FSB อ้างว่า ผู้ที่ลงมือสังหารคือ สายลับจากกองพันอาซอฟของยูเครนที่มีชื่อว่า "ชาบาน นาตาเลีย ปาฟลอฟนา" ซึ่งเธอกับลูกสาวเดินทางมาถึงรัสเซียตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา
จากนั้นเธอได้เช่าอพาร์ตเมนต์ในกรุงมอสโก ซึ่งเป็นที่เดียวกันกับที่ดาร์ยา ดูกินา พักอาศัยอยู่ ตลอดจนพยายามติดตามดาร์ยาด้วยรถรุ่นมินิคูเปอร์เป็นระยะ ๆ
นอกจากนี้รายงานของ FSB อ้างเพิ่มเติมว่า ในวันเกิดเหตุหลังจากที่เธอจุดชนวนระเบิดที่ติดอยู่ในรถของดาร์ยาจากระยะไกล แล้วเธอก็ได้หลบหนีข้ามพรมแดนไปยังประเทศเอสโตเนียด้วยรถยนต์ ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราว ๆ 12 ชั่วโมง
หลังจากที่ทางการรัสเซียออกมาระบุข้อมูลแบบชัดเจนและเจาะจง ซึ่งพาดพิงถึงกองพันอาซอฟของยูเครน ที่ถือเป็นคู่กรณีโดยตรงของรัสเซีย เนื่องจากรัสเซียได้ลงทะเบียนกองพันนี้ว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายคลั่งชาติขวาจัด และนี่คือคำตอบของเรื่องดังกล่าวจากกองพันอาซอฟ
สรุปจากคำตอบของกองพันอาซอฟคือ เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของหน่วยงาน เพราะกองพันอาซอฟไม่ได้รู้จักกับดาร์ยาเป็นการส่วนตัว นอกจากนี้เอกสารและภาพในชุดทหารของนาตาเลีย ที่ทางฝั่งรัสเซียเผยแพร่ไม่ใช่ชุดของกองพันอาซอฟ
โดยชุดของนาตาเลียที่ปรากฏในเอกสารของรัสเซียคือ ชุดทหารรักษาดินแดนหรือ National Guard’s Form และมีเลขทางการทหารที่ชัดเจนว่าเป็นนักรบจากหน่วยรักษาดินแดนที่ 3057
ซึ่งหน่วยรักษาดินแดนที่ 3057 ดังกล่าวอาจมีนักรบอาซอฟบางคนเข้าร่วมด้วย แต่เขาย้ำว่าไม่ใช่ทุกคนในหน่วยนี้ที่จะเป็นนักรบอาซอฟ และนาตาเลีย ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ปรากฏในภาพก็ไม่ใช่นักรบจากกองพันอาซอฟด้วย
นอกจากนักรบอาซอฟแล้ว อีกฝ่ายที่โดนพาดพิงถึงในเอกสารของรัสเซียคือ เอสโตเนีย เพราะเป็นประเทศปลายทางที่รัสเซียอ้างว่าผู้ก่อเหตุสังหารดาร์ยาหนีไปกบดาน
ตอนนี้หน่วยงานทางการของรัสเซียประกาศให้นาตาเลียอยู่ในบัญชีรายชื่อบุคคลที่ทางการรัสเซียต้องการ และกำลังทำเรื่องขอให้เอสโตเนียส่งตัวเธอกลับมายังรัสเซียผ่านวิธีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
อย่างไรก็ดี ทางการเอสโตเนีย ทั้งกระทรวงกิจการภายใน และสำนักงานตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาชายแดน ได้ออกแถลงการณ์สองฉบับ โดยมีใจความว่าทางหน่วยงานจะเปิดเผยข้อมูลการเดินทางส่วนบุคคล ‘ในกรณีที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น (only in cases prescribed by law)’
พร้อมย้ำชัดว่า คำร้องของ FSB ไม่ได้เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าว นี่หมายความว่าทางการเอสโตเนียจะไม่ให้ข้อมูลการเดินทางของนาตาเลียกับทางการรัสเซีย แม้รัสเซียจะส่งคำร้องดังกล่าวมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เหตุลอบสังหารที่เกิดขึ้นนี้สร้างความกังวลอย่างมากให้กับหลายฝ่าย เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่อุกอาจและเกิดขึ้นในแผ่นดินรัสเซีย
อีกทั้งยังเกิดขึ้นในวันที่รัสเซียกำลังจะพิจารณาโทษของกลุ่มนักรบจากกองพันอาซอฟ ที่ยอมจำนนที่โรงงานเหล็กอาซอฟสตอลเมื่อสามเดือนก่อน หลังจากปักหลักต้านทานกองทัพรัสเซียอยู่เป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งการพิจารณาคดีดังกล่าวจะเกิดขึ้นที่เมืองมาริอูปอลในช่วยปลายเดือนนี้
ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ของแคว้น ซึ่งเป็นตัวแทนของรัสเซียได้สั่งให้มีการปรับปรุงอาคารแสดงดนตรี เพื่อใช้เป็นสถานที่พิจารณาคดีดังกล่าว
ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า เหตุการณ์ลอบสังหารดาร์ยาในครั้งนี้อาจถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนความชอบธรรมในการสั่งประหารชีวิตนักรบอาซอฟที่จะถูกพิจารณาในเร็ว ๆ นี้
การลอบสังหารลูกสาวนักปรัชญาในครั้งนี้ นอกจากจะนำความรุนแรงมาสู่นักรบอาซอฟแล้ว ยังอาจนำไปสู่ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในสงครามที่ดำเนินอยู่ตอนนี้ด้วย
โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครนออกมาระบุว่า รัสเซียมีแผนโจมตียูเครนอย่างรุนแรงในช่วงสัปดาห์นี้ ขณะที่ยูเครนกำลังจะฉลองวันครบรอบการประกาศเอกราชในวันพรุ่งนี้
โดยผู้นำยูเครนประกาศงดจัดงานเฉลิมฉลองวันการประกาศเอกราชในเมืองใหญ่ 2 เมืองคือ ที่กรุงเคียฟ ซึ่งเป็นเมืองหลวง และที่คาร์คีฟ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของรัสเซีย เนื่องจากกังวลว่า รัสเซียจะโจมตีขีปนาวุธใส่ขณะที่ประชาชนเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองดังกล่าว