นายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวระหว่างการประชุมนโยบายพลังงานเมื่อวานนี้ว่า รัฐบาลจะหารือเกี่ยวกับการทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์กลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง รวมทั้งยืดอายุการใช้งานของเครื่องปฏิกรณ์ หากได้รับการตรวจสอบและยืนยันความปลอดภัยแล้ว
คิชิดะ ระบุว่าการรุกรานยูเครนของรัสเซียทำให้อุตสาหกรรมพลังงานของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก" และ "ญี่ปุ่นจำเป็นต้องคำนึงถึงสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ คิชิดะ ยังเปิดเผยว่ารัฐบาลจะพิจารณาพัฒนาเตาปฏิกรณ์รุ่นใหม่ๆ เพิ่มเติมเพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์
สำหรับพลังงานนิวเคลียร์ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวในญี่ปุ่น หลังจากเกิดภัยพิบัติสึนามิ ในเดือนมีนาคม 2011 ทำให้เกิดความเสียหายที่โรงงานฟุกุชิมะ นับเป็นหายนะด้านนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุดของโลกนับตั้งแต่เหตุการณ์เชอร์โนบิลในประเทศยูเครนเมื่อปี 1986
ปัจจุบันเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 10 เครื่องจาก 33 เครื่องของญี่ปุ่นกลับมาดำเนินการตามปกติแล้ว แต่ว่าเปิดดำเนินการแค่บางช่วงตลอดทั้งปี และญี่ปุ่นหันมาพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้นเป็นการทดแทน.
อย่างไรก็ตาม แนวคิดการกลับมาฟื้นฟูอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น อาจนำไปสู่ความขัดแย้งหลายฝ่าย หลังจากเกิดภัยพิบัติที่ฟุกุชิมะเมื่อปี 2011 ซึ่งนำไปสู่การระงับใช่เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลายแห่งทั่วประเทศนานนับ 10 ปี
ก่อนหน้านี้ในเดือน พ.ค คิชิดะ ได้ชี้แจงถึงความจำเป็นที่ญี่ปุ่นต้องใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย
โดยญี่ปุ่นพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากขึ้นหลังต้องปิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเมื่อปี ค.ศ. 2011 แต่ด้วยสถานการณ์สู้รบในยูเครนทำให้ราคาพลังงานถีบตัวสูงขึ้น จนก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน หรือ CPI ของญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 2.4% ในเดือนกรกฎาคม สูงสุดในรอบ 7 ปี ซึ่งมีสาเหตุจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
ซึ่งญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประสบปัญหาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นในปีนี้ เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าปิโตรเลียม ถ่านหิน และของเหลว อย่าง ก๊าซธรรมชาติ เป็นจำนวนมาก แนวโน้มนี้ทำให้เห็นว่าประเทศมีการ ขาดดุลการค้าเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน ในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้นได้ชดเชยการส่งออกที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
โดยจากข้อมูลของบริษัทบีพีปิโตรเลียม เมื่อปี 2019 พบว่าสัดส่วนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นลงลงเหลือ 3 เปอร์เซนต์ จากระดับ 13 เปอร์เซนต์ในช่วงก่อนเกิดเหตุภัยพิบัติที่ฟูกูชิมะเมื่อปี 2011
ส่วนพลังงานที่ญี่ปุ่นใช้มากที่สุดในตอนนี้คือน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40 เปอร์เซนต์ ตามมาด้วยถ่านหิน 26 เปอร์เซนต์ และ ก๊าซธรรมชาติ 21 เปอร์เซนต์
“พลังงานนิวเคลียร์” จำเป็นต่อการลดภาวะโลกร้อนของเอเชีย?
“กัปตันชมพู่” ชี้วอลเลย์ไทยยังมีสิทธิ์เข้ารอบ