หลังจากหลบหนีออกนอกประเทศมานานกว่า 7 สัปดาห์ ในที่สุด “โกตาบายา ราชปักษา” อดีตประธานาธิบดีศรีลังกา ก็เดินทางกลับไปยังประเทศศรีลังกาแล้ว
ราชปักษาหลบหนีออกจากศรีลังกาตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค. หลังเกิดการประท้วงรุนแรงจากประชาชนที่ไม่พอใจการบริหารงานของเขาที่ทำให้ประเทศตกอยู่ในวิกฤตทางเศรษฐกิจร้ายแรงที่สุดในรอบ 70 ปี จนเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิง และยารักษาโรค
พรรครัฐบาลศรีลังกาขอ “วิกรมสิงเห” ช่วย “ราชปักษา” กลับเข้าประเทศ
หลังออกจากประเทศเขาได้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ก่อน จากนั้นจึงเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 ส.ค. และพำนักอยู่ชั่วคราว โดยระหว่างนั้นก็พยายามหาทางกลับประเทศ โดยความช่วยเหลือของพรรค โปดูจาน เปรามูนา (SLPP) เป็นพรรครัฐบาลของศรีลังกา ซึ่งได้เจรจากับหลายฝ่ายเพื่อเปิดทางและรับรองความปลอดภัยให้ราชปักษากลับมา
ราชปักษาเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ถึงสนามบินนานาชาติบันดารานายาเก กรุงโคลัมโบ ในเช้าวันนี้ (3 ก.ย.) และได้รับการต้อนรับจากสมาชิกพรรค SLPP จากนั้นเดินทางออกจากสนามบินด้วยขบวนรถซึ่งมีทหารติดอาวุธคุ้มกันแน่นหนา
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับอดีตประธานาธิบดีกล่าวว่า ราชปักษาจะย้ายเข้าไปอยู่ในที่พักอย่างเป็นทางการในโคลัมโบและมีทีมรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด
ซันจีวา เอดิริมันนา ส.ส.และโฆษกพรรค กล่าวว่า “เราไม่ได้อ้อนวอนให้พาเขากลับมา เขามีสิทธิ์ที่จะกลับมา สิ่งที่เราพูดถึงคือการให้ความคุ้มครองพิเศษแก่เขา จะเป็นประธานาธิบดีหรือไม่ เขาก็มีสิทธิได้รับความปลอดภัยในฐานะอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม”
ด้าน อมิลา จีวันธา เพียริส บุคคลสำคัญในขบวนการประชาชนที่ผลักดันให้ราชปักษาลาออก กล่าวถึงการกลับมาของอดีตประธานาธิบดีว่า เป็นเรื่องที่ “น่าละอาย”
“ผู้คนจะไม่คัดค้านการที่เขากลับมาศรีลังกา ผมไม่คิดว่าจะมีการประท้วง แต่การกลับมาของเขาจะสร้างความตึงเครียดมากขึ้นอย่างแน่นอน เขาเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้เกิดความโกลาหลในศรีลังกา” เขากล่าว
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP