ซูเปอร์ไต้ฝุ่นหินหนามหน่อ ซึ่งเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 11 ของปี พัดผ่านเกาะเชจู ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ทำให้เกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในทะเล ก่อนจะพัดขึ้นฝั่งใกล้กับเมืองปูซาน เมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
แม้พายุจะเคลื่อนตัวอยู่ในแผ่นดินเป็นเวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนพัดกลับลงทะเลไป แต่ก็ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ และคาดว่าจะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองไปตลอดทั้งวัน
"กรุงโซล" เก็บกวาดความเสียหายน้ำท่วม พบครอบครัวดับสลดในบ้านกึ่งใต้ดิน
ล่าสุด มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 2 คน ได้แก่ หญิงชราวัย 75 ปี ที่ถูกน้ำซัดหายไประหว่างอพยพออกจากพื้นที่พร้อมกับสามีและลูกสาว ก่อนถูกพบเป็นศพในอีก 1 ชั่วโมงต่อมา ส่วนอีกคนเป็นหญิงวัย 80 ปีเศษ ถูกดินถล่มทับบ้าน
นอกจากนี้ ยังมีผู้สูญหายอีก 10 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในลานจอดรถชั้นใต้ดินของเมืองโพฮัง ซึ่งถูกน้ำทะลักเข้าท่วม
โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยระดมกำลังเข้าสูบน้ำออก เพื่อเคลียร์ซากรถที่ถูกน้ำท่วม และค้นหาผู้ที่สูญหายแล้ว
ขณะเดียวกัน ประชาชน 3,463 คน ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงเผชิญน้ำท่วมและดินถล่ม อพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัยแล้ว ส่วนอีกเกือบ 15,000 คน ได้รับคำแนะนำให้อพยพ ส่วนบ้านเรือน 20,334 หลัง ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เริ่มทยอยกลับมาใช้ไฟได้ปกติแล้ว
อิทธิพลของพายุทำให้ทางการต้องสั่งปิดถนนและโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 600 แห่ง รถไฟและเรือข้ามฟากระงับให้บริการ เที่ยวบินในประเทศ 250 เที่ยว ในสนามบิน 12 แห่งถูกยกเลิก ก่อนจะเริ่มทยอยกลับมาให้บริการอีกครั้ง หลังจากที่พายุกลับลงทะเล และกำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ญี่ปุ่น
เบื้องต้น คาดว่าพายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุหมุนนอกเขตร้อน ระหว่างเข้าใกล้ชายฝั่งเมืองซัปโปโร
ครั้งนี้ รัฐบาลและประชาชนตื่นตัวรับมือน้ำท่วมมากขึ้น หลังเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงโซล จากฝนที่ตกหนักในรอบกว่าร้อยปี
เปิดไทม์ไลน์ วันประกาศผลลงทะเบียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”
ขนส่งขยายเวลาต่อใบขับขี่ "นอกเวลาราชการ" ในกทม.-จังหวัดท่องเที่ยว