กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอนจัดพิธีรำลึกผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรม วันที่ 11 กันยายน ปี 2001 โดยมี ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เข้าร่วมทำพิธี และวางพวงหรีดให้แก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น
ซึ่งระหว่างพิธี ผู้นำสหรัฐฯได้กล่าวสุนทรพจน์เรียกร้องให้ประชาชนชาวอเมริกันจดจำความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือกันเมื่ออยู่ในช่วงเวลาอันเลวร้าย
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี ไบเดน ยืนยันว่า สงครามต่อต้านการก่อการร้ายจะยังคงดำเนินต่อไป แม้สหรัฐฯได้ถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานไปเมื่อปีที่แล้ว ตรงนี้ทำให้หน่วยข่าวกรองเตือนว่าอาจเปิดช่องให้กลุ่มไอเอส และ อัลกออิดะห์ ซึ่งอยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายนจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
ขณะที่นางจิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งได้เดินทางไปวางดอกไม้ที่อนุสรณ์สถานที่ทุ่งโล่งในแชงค์สวิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นจุดที่เที่ยวบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ (United Airlines) เที่ยวบินที่ 93 ตก
โดยอนุสรณ์สถานแห่งนี้ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงการต่อสู้อย่างกล้าหาญของพลเรือนในการขัดขืนการก่อการร้ายจนนาทีสุดท้าย และทำให้เหตุการณ์วินาศกรรม ไนน์ อีเลฟเว่น ไม่มีการสูญเสียไปมากกว่านี้
ขณะที่ครอบครัวและญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คนจากเหตุวินาศกรรมในครั้งนั้นได้เข้าร่วมพิธีรำลึกบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก โดยมีนางกมลา แฮร์รีส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ เอริค อดัมส์ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เข้าร่วมพิธีรำลึกในครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ ในพิธีนี้บรรดาญาติๆของเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ได้ขึ้นอ่านชื่อของเหยื่อผู้เสียชีวิตทั้งหมด พร้อมกับเผยความในใจต่อการสูญเสียบุคคลที่รัก ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า
สำหรับเหตุวินาศกรรม "ไนน์ อีเลฟเว่น" (9/11) เป็นเหตุการณ์ที่กลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ซึ่งเป็นองค์กรข้ามชาติของกลุ่มนักรบอิสลามนิกายซุนนีได้จี้เครื่องบินโดยสาร 4 ลำ พุ่งชนสถานที่สำคัญของสหรัฐฯ
นับตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ในสหรัฐฯเกิดกระแสอาชญากรรมแห่งความเกลียดชังต่อชาวมุสลิมในประเทศ โดยสถิติของสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) แสดงให้เห็นถึงการก่ออาชญากรรมความเกลียดชังต่อชาวมุสลิมในสหรัฐอเมริกาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ
อัสซัม เอโลช (Hussam Ayloush) ผู้อำนวยการบริหารในเขตลอสแองเจลิสของสภาความสัมพันธ์อเมริกัน - อิสลาม ระบุว่า ผลพวงมาจากความคิดเหมารวมของกลุ่มคนที่เป็นโรคเกลียดกลัวอิสลาม ( Islamophobia) และการรายงานข่าวของสื่อในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวมุสลิมยังคงตกเป็นเป้าหมายของความเกลียดชัง การกลั่นแกล้ง และการเลือกปฏิบัติ
ผู้อำนวยการบริหารในเขตลอสแองเจลิสฯ ย้ำอีกว่า หลังเหตุการณ์ "ไนน์ อีเลฟเว่น" ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่เกิดขึ้นพร้อมๆกัน คือชาวอเมริกันและรัฐบาลสหรัฐฯมีความต้องการร่วมกันในการเป็นศัตรูกับชาวมุสลิม และความจริงอันโหดร้ายอีกข้อหนึ่ง คือมีกลุ่มคนและองค์กรต่างๆได้รับประโยชน์จากทำให้ผู้คนเป็นโรคเกลียดกลัวอิสลาม และสงครามด้วย
ปกครองบุกจับ "ผับเถื่อน"หน้า ม.อุบลฯ เปิดเกินเวลา ไม่มีใบอนุญาต