นายเขียว สัมพัน เข้ารับฟังการพิจารณาคดีที่ศาลพิเศษในกรุงพนมเปญ โดยแต่งกายชุดสีขาว สวมหน้ากากอนามัย และใส่หูฟัง โดยก่อนหน้านี้ นายเขียว สัมพัน ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของศาลชั้นต้น โดยยืนยันว่า ตัวเองไม่มีส่วนรู้เห็นกับการสังหารหมู่ ขณะที่ศาลได้ปฏิเสธคำอุทธรณ์ของอดีตผู้นำเขมรแดงเป็นข้อๆ โดยให้เหตุผลว่าคำกล่าวอ้างส่วนใหญ่ของนายเขียว สัมพัน ไม่มีมูลความจริง
คำพิพากษาวันนี้ ถือเป็นคำตัดสินสุดท้ายและเป็นการปิดฉากการพิจารณาคดี 16 ปี ของศาลคดีเขมรแดง ซึ่งใช้งบประมาณมากกว่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 10,000 ล้านบาท
ศาลคดีเขมรแดง ตั้งขึ้นโดยความตกลงระหว่างรัฐบาลกัมพูชากับองค์การสหประชาชาติเมื่อปี 2006 และได้ไต่สวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเขมรแดง 5 คน ซึ่งทุกคนเป็นผู้สูงอายุ โดย 2 คน เสียชีวิตระหว่างการพิจารณคดี ส่วนแกนนำที่เหลืออีก 3 คน คือ นายเขียว สัมพัน, นายนวน เจีย ผู้นำอันดับสองของเขมรแดงรองจากพลพต และนายเคง เค็ก เอียว หรือสหายดุช ซึ่งเป็นหัวหน้าเรือนจำตวลสเลงที่เป็นสถานที่จองจำและทรมานเหยื่อผู้บริสุทธิ์ ถูกศาลตัดสินโทษ แต่สหายดุช และนายนวน เจีย เสียชีวิตภายหลังการตัดสินของศาล เหลือเพียงนายเขียว สัมพัน ที่เป็นอดีตแกนนำเขมรแดงคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่
เชื่อกันว่ามีเหยื่อผู้บริสุทธิ์ถูกสังหาร 2 ล้านคนในสมัยการปกครองอันโหดร้ายของรัฐบาลเขมรแดง ในจำนวนนี้ 1 แสน ถึง 5 แสนคนเป็นมุสลิมชาวจาม และประมาณ 2 หมื่นคนเป็นชนกลุ่มน้อยชาวเวียดนาม ผู้กระทำผิดหลักๆ ส่วนใหญ่เสียชีวิตไปแล้วก่อนที่จะมีการพิจารณาคดี ซึ่งรวมถึงพอล พต อดีตผู้นำเขมรแดง หรือสหายหมายเลข 1 ที่เสียชีวิตในปี 1998
นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ถูกแจ้งข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติอีก 3 คน ที่ไม่ถูกนำตัวขึ้นศาล เนื่องจากความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างผู้พิพากษาชาวกัมพูชาและผู้พิพากษานานาชาติ