มีคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์บนอินเทอร์เน็ต เผยให้เห็นเปลวไฟและกลุ่มควันลอยโขมงขึ้นมาจากเรือนจำเอวินเมื่อวานนี้ ขณะที่มีเสียงปืนและสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางการประท้วงตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของมาห์ซา อามินี หญิงชาวเคิร์ดวัย 22 ปี ระหว่างถูกตำรวจศีลธรรมอิหร่านควบคุมตัว ด้วยข้อกล่าวหาว่าทำผิดกฎการสวมฮิญาบ โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่า อามินีเสียชีวิตเพราะหัวใจวาย แต่ครอบครัวไม่เชื่อและระบุว่าเธอถูกตำรวจทุบตีจนเสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวบีบีซีเปอร์เซีย รายงานว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุการณ์ที่เรือนจำเอวินนั้นเกี่ยวข้องกับการชุมนุมประท้วงหรือไม่ แต่ก็อาจเป็นไปได้ เนื่องจากมีผู้ประท้วงหลายร้อยคนถูกส่งไปที่เรือนจำดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม สื่อทางการอิหร่านระบุว่า ทั้งสองเหตุการณ์ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยสำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านรายงานว่า เหตุวุ่นวายที่เรือนจำเอวินเกิดขึ้นหลังจากผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ปะทะกันเมื่อคืนที่ผ่านมา ก่อนจะมีคนจุดไฟ ขณะที่สถานการณ์ในตอนนี้สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน และไม่มีผู้เสียชีวิต
เรือนจำเอวิน ซึ่งเป็นที่คุมขังนักโทษในข้อหาเกี่ยวกับความมั่นคง ถูกวิพากษ์วิจารณ์มายาวนานโดยกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิในโลกตะวันตก และถูกรัฐบาลสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำในปี 2018 จากการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง
ฮิวแมนไรตส์วอตช์กล่าวหาเจ้าหน้าที่ที่เรือนจำดังกล่าวว่า ทรมานและขังลืมนักโทษ รวมถึงสอบปากคำยืดเยื้อ และไม่ให้ผู้ต้องขังเข้ารับการดูแลทางการแพทย์ ขณะที่เมื่อปีที่แล้ว กลุ่มแฮกเกอร์ที่เรียกตัวเองว่า “เอดลาลัต-เอ-อาลี” (ความยุติธรรมของอาลี) ได้โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดของเรือนจำเอวินที่หลุดออกมา ซึ่งเป็นภาพของผู้คุมกำลังทุบตีหรือทำร้ายผู้ต้องขัง
รัฐบาลหลายประเทศที่มีพลเมืองถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำดังกล่าวต่างแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์นี้ โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ขณะที่รัฐมนตรีความมั่นคงของอังกฤษระบุว่า เป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
ขณะเดียวกัน ชาวอิหร่านทั่วประเทศออกมาชุมนุมประท้วงตามท้องถนนอีกครั้งเมื่อวานนี้ แม้ว่าจะทางการอิหร่านจะตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต และดำเนินการปราบปรามรุนแรงก็ตาม
การปราบปรามของทางการอิหร่านเรียกเสียงประณามและมาตรการลงโทษจากนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ แคนาดา และสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียงให้สมาชิกพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐออริกอนที่เมืองพอร์ตแลนด์วานนี้ว่า รู้สึกประหลาดใจกับความกล้าหาญของชาวอิหร่านที่ออกมาลงถนนประท้วง พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้นำในอิหร่านยุติความรุนแรงต่อพลเมืองของตัวเอง
กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของทางการอิหร่านแล้วกว่า 200 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กผู้หญิงวัยรุ่นรวมอยู่ด้วย
ขณะที่ผ่านมา ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวหาศัตรูของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงสหรัฐฯ และอิสราเอล ว่าปลุกปั่นให้เกิดการจลาจลในประเทศ
เกิดเหตุระเบิดกลางเมืองเมียวดี 2 จุด สะเทือนถึงแม่สอด
สภาพอากาศวันนี้! “เหนือ-อีสาน”เย็นจัด ต่ำสุด 19 องศาฯ “ใต้” ฝนตก 60%