การเลื่อนเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนเกิดขึ้น อย่างกะทันหัน เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนกำหนดการเผนแพร่เดิมที่เคยกำหนดไว้ ขณะที่ฝั่งพรรคคอมมิวนิสต์กำลังประชุมพรรคสมัชชาใหญ่ ซึ่งเป็นครั้งที่ 20 และเป็นครั้งสำคัญ เพราะมีผลต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของ สี จิ้นผิง ในสมัยหน้า ท่ามกลางเศรษฐกิจจีนที่ต้องยอมรับว่า "ซบเซา"
ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาทั้งตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) การส่งออก อัตราการว่างงาน ยอดค้าปลีกรายไตรมาส การผลิตภาคอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ สำนักงานศุลกากรยังเลื่อนการเปิดเผยข้อมูลการค้ารายเดือน ซึ่งเดิมมีกำหนดจะเผยแพร่ในวันศุกร์นี้ออกไปด้วย
Iris Pang หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Greater China ที่ ING Group กล่าวว่า ความล่าช้าแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเชื่อว่าการประชุมใหญ่ของพรรคครั้งที่ 20 เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศจีนในขณะนี้ และต้องการหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลอื่น ๆ ที่อาจสร้างข้อความสับสนได้
Clifford Bennett หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ACY Securities การคาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนรายไตรมาส จะลดลง 1.2% ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่บางคนมองว่าเป็นการถดถอยทางเทคนิค
อย่างไรก็ตาม จีดีพีของจีนลดลง 2.6% ในไตรมาสที่ 2 จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ IMF และ World Bank พร้อมใจกันปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ของจีนในปีนี้
นักวิเคราะห์คาดการณ์ ยังประเมินด้วยว่า ไตรมาสที่ 3 จีนยังเผชิญกับความอ่อนแอทางเศรษฐกิจจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อคุมโควิด-19 และ วิกฤตด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ท่ามกลางอุปสงค์ทั่วโลกที่ชะลอตัวยังคงกดดันเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
และเมื่อใดก็ตามที่ตัวเลขถูกเปิดเผยออกมา ทุกคนควรเตรียมพร้อมรับมือกับตลาดการเงินโลก หาก 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ทั้งจีน และสหรัฐ ก้าวเข้าสู่ภาวะถดถอย
"จีน" พยายามปกปิดตัวเลขทางเศรษฐกิจสำคัญ
ในปีที่ผ่านมา ทางการของจีนและบริษัทวิจัยเอกชนได้ลบข้อมูลและปิดกั้นการเข้าถึงมากขึ้น ในขณะที่รายงานของนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ ที่มีทิศทางว่าเศรษฐกิจจีนขาลง กลับถูกลบทิ้งหรือถอดออกไป ขณะที่การโพสต์ตั้งคำถามเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของจีนจะถูกระงับบัญชีโซเชียลมีเดียทันที
ชณะที่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าตลาดหลักทรัพย์ของจีนได้เรียกร้องให้บริษัทยักษ์อย่าง JPMorgan Chase & Co. และ Goldman Sachs Group Inc. งดการแสดงความเห็นในช่วงที่มีประชุมสพรรคคอมมิวนิสต์ ในประเด็นที่อ่อนไหวทางการเมือง ซึ่งรวมถึงการคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ
นอกจากนี้ จีนยังออกกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้บริษัทเอกชนหรือนักลงทุนต่างชาติเข้าถึงข้อมูลของธุรกิจจีนได้ยากขึ้น และยกระดับขึ้นไปอีกในช่วงที่มีประชุมพรรคสมัชชาใหญ่ในสัปดาห์นี้
มีการคาดการณ์ว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ไม่เผยแพร่ออกมาเพราะชี้ให้เห็นจุดอ่อนของเศรษฐกิจจีน ซึ่งได้รับผล กระทบจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ตกต่ำและนโยบาย Zero โควิด-19 ที่ขัดขวางการใช้จ่ายและการลงทุน
ขณะที่ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กำลังพยายามปกป้องเศรษฐกิจของประเทศจากความอ่อนไหวทางการเมืองและพยายามกอบกู้เศรษฐกิจให้เป็นเบอร์หนึ่งของโลก