ปธน.สี จิ้นผิง กระชับอำนาจตั้งคนใกล้ชิดดำรงตำแหน่งสูงสุดพรรค

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การประชุมใหญ่ครั้งที่ 20 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นไปตามคาดที่ประธานาธิบดี ‘สี จิ้นผิง’ ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคสมัยที่ 3 กลายเป็นผู้นำพรรคที่ทรงอิทธิพลสูงสุดนับตั้งแต่ ‘เหมา เจ๋อตง’ เป็นต้นมา

 ขณะเดียวกัน โฉมหน้าของคณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมืองชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่า PSC ซึ่งถือเป็นกลไกสูงสุดในการตัดสินใจเรื่องทิศทางของประเทศ เปรียบเหมือนคณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดี ก็ล้วนแต่เป็นคนใกล้ชิดของสี จิ้นผิง ทั้งสิ้น สะท้อนให้เห็นการรวบอำนาจเด็ดขาดในพรรคของประธานาธิบดีสี

โฉมหน้าของชายทั้ง 7 คน ที่จะเป็นผู้กำหนดอนาคตของประเทศเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลกในอีก 5 ปีต่อจากนี้

ทั้ง 7 คน อยู่ในตำแหน่งที่เรียกว่า คณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมือง หรือ PSC การเดินขึ้นเวทีเรียงลำดับตามตำแหน่ง โดยมีประธานาธิบดี ‘สี จิ้นผิง’ นำมาคนแรก โดยเขาอยู่ในตำแหน่งสูงสุด นั่นคือ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์

ระบบการเมืองจีนแตกต่างจากประเทศประชาธิปไตย โดยเป็นประเทศที่พรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเดียวปกครอง ดังนั้น ผู้ที่ขึ้นสู่ตำแหน่ง PSC ซึ่งถือเป็นคณะกรรมสูงสุดของพรรค จึงเท่ากับมีอำนาจในการตัดสินใจนโยบายหรือทิศทางของประเทศ

การเปิดตัว PSC ชุดใหม่มีขึ้นเมื่อวานนี้ หลังเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ที่จัดขึ้นทุกๆ 5 ปี ได้ปิดฉากลง สมาชิกสมัชชาพรรคระดับชาติประมาณ 2,300 คน ที่ร่วมประชุมนาน 1 สัปดาห์ได้เลือกผู้นำพรรคชุดต่างๆ โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สร้างประวัติศาสตร์ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคสมัยที่ 3

สี จิ้นผิง ขึ้นสูตำแหน่งเลขาธิการพรรคคร้ังแรกเมื่อปี 2012 ก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งมาแล้ว 2 สมัย หรือ 10 ปี โดยที่ผ่านมาไม่มีผู้คนไหนดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นสมัยที่ 3 เว้นแต่เหมา เจ๋อตง ผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ที่อยู่ในตำแหน่งตลอดชีพในฐานะประธานพรรค

การเป็นเลขาธิการพรรคสมัยที่ 3 ยังหมายความว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ทำลายธรรมเนียมปฏิบัติของพรรคที่เรียกว่า “seven up, eight down” ที่กำหนดให้ผู้ที่อายุ 68 ปีขึ้นไประหว่างการประชุมพรรคต้องเกษียณจากตำแหน่งใน PSC  เนื่องจากปัจจุบันนี้ สี จิ้นผิง อายุ 69 ปีแล้ว

ในสุนทรพจน์รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคสมัยที่ 3 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระบุว่าตนเองได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคอีกครั้ง พร้อมย้ำถึงความท้าทายใหม่ที่รออยู่ข้างหน้า โดยพรรคคอมมิวนิสต์จะต้องมีสติและส่งเสริมระเบียบการปกครองที่เข้มงวดเพื่อให้พรรคยังสามารถเป็นหลักและที่พึ่งพิงอันเข้มแข็งของชาวจีนต่อไป

ประธานาธิบดีสียังได้กล่าวถึงความสำเร็จตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมาในการเปิดกว้างและปฏิรูป ว่า ได้ทำให้จีนมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดและมีเสถียรภาพทางสังคม ซึ่งหลักการพื้นฐานต่างๆ ที่พรรคดำเนินมาจะไม่เปลี่ยนแปลง 

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังได้ประกาศให้คำมั่นใน “การฟื้นฟูชาติจีนครั้งใหญ่ในทุกด้าน” คำว่า “การฟื้นฟูชาติ” เป็นสโลแกนที่ สี จิ้นผิง พูดถึงตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคสมัยแรก โดยบอกว่านี่เป็นความฝันของชาวจีน

แม้ไม่เคยมีการจำกัดความชัดเจนออกมา แต่คำนี้ก็ถูกนักวิเคราะห์มองว่ามีความหมายทั้งในแง่เศรษฐกิจและดินแดน ในทางเศรษฐกิจ นี่หมายถึงการทำให้จีนกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วและแซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก ส่วนในทางดินแดน นี่หมายถึงการผนวกรวมไต้หวัน ซึ่งจีนมองว่าเป็นมณฑลหนึ่งของตัวเองที่แยกออกไปและรอวันหวนกลับมารวมชาติกันอีกครั้ง

หลังสี จิ้นผิง ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคสมัย 3 ก็มีสาส์นแสดงความยินดีจากผู้นำชาติพันธมิตรของจีน โดยประธานาธิบดี ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ ของรัสเซีย และ ‘คิม จอง อึน’ ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เป็นคนแรกๆ ที่แสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีสี

ผู้นำรัสเซียและเกาหลีเหนือต่างบอกว่า ยินดีที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน

นอกจากการสร้างประวัติศาสตร์ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สมัยที่ 3 แล้ว สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ครั้งนี้ ก็คือสมาชิก PSC ที่ล้วนเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทั้งสิ้น

นอกจากสี จิ้นผิง ในฐานะเลขาธิการพรรคแล้ว PSC ชุดนี้ยังประกอบด้วยสมาชิกอีก 6 คน โดยเป็นผู้ชายล้วน คนที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษก็คือ ‘หลี่ เฉียง’ วัย 63 ปี เขาคือคนแรกที่เดินตามประธานาธิบสี ขึ้นเวทีเปิดตัว PSC

หลี่ เฉียง เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สาขาเซี่ยงไฮ้ แม้การล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้เพื่อจัดการโควิดเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจะทำให้หลี่และทีมงานของเขาถูกประชาชนวิจารณ์ แต่ในการประชุมใหญ่พรรคครั้งนี้เขากลับได้รับแต่งตั้งเข้ารับตำแหน่งใน PSC ซึ่งเป็นกลไกการตัดสินใจสูงสุดของพรรค

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า ความใกล้ชิดและความภักดีที่เขามีต่อสี จิ้นผิง คือปัจจัยสำคัญของเส้นทางการเมืองที่ดูจะรุ่งโรจน์ โดยหลี่ เฉียง เคยทำงานในเขตเล็กๆ ของมณฑลเจ้อเจียง และเมื่อตอนที่สี จิ้นผิง เป็นเลขาธิการพรรคสาขาเจ้อเจียง หลี่ เฉียง ก็ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานของสี จิ้นผิงด้วย

คาดการณ์กันว่าในเดือนมีนาคมปีหน้า หลี่ เฉียงจะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนที่ ‘หลี่ เค่อเฉียง’ ที่จะเกษียณ ซึ่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถือเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดอันดับ 2 รองจากสี จิ้นผิง

นอกจากนี้ สมาชิก PSC ชุดใหม่ยังประกอบด้วย ‘จ้าว เล่อจี้’ วัย 65 เคยเป็นหัวหน้าคณะกรรมการกลางเพื่อการตรวจสอบวินัยของพรรค ซึ่งรับหน้าที่ปราบปรามการทุจริต

‘หวัง หูหนิง’ วัย 67 ปี อดีตนักวิชาการที่กลายมาเป็นมันสมองคนสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและอยู่เบื้องหลังแนวคิดสำคัญของพรรคซึ่งรวมถึง “แนวคิดสี จิ้นผิง” (Xi Jinping Thought) โดยยังมีความเชื่อว่าหูหนิง อยู่เบื้องหลังโครงการใหญ่อย่างหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนอีกด้วย

ส่วนคนอื่นๆ ได้แก่ ‘ไช่ ฉี’ นายกเทศมนตรีกรุงปักกิ่งวัย 66 ปี ‘ติ้ง ซูเสียง’ วัย 60 คนนี้ไม่เคยมีตำแหน่งผู้นำพรรคระดับมณฑล แต่ว่าเป็นผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และสำนักงานของประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี 2014 เปรียบได้กับหัวหน้าคณะทำงานของสี จิ้นผิง

และคนสุดท้าย ‘หลี่ ซี’ วัย 66 ปี เลขาธิการพรรคสาขากวางตุ้ง และมีความใกล้ชิดกับครอบครัวของประธานาธิบดีสี

หากไม่รวมสี จิ้นผิง ในจำนวน 6 คนนี้มี 2 คนเคยเป็นสมาชิก PSC ชุดก่อนหน้า ซึ่งได้แก่ จ้าว เล่อจี้ และหวัง หูหนิง

การเขย่าหรือปรับเปลี่ยนตัวสมาชิกผู้ดำรงตำแหน่งใน PSC เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ แต่ที่น่าสนใจรอบนี้สมาชิก PSC ชุดนี้ล้วนแต่เป็นคนใกล้ชิดและมีตำแหน่งหน้าที่การเงินเติบโตภายใต้การนำของสี จิ้นผิง ทั้งสิ้น

นักวิเคราะห์การเมืองจีนบางคนถึงกับบอกว่า ตอนนี้รอบตัวของประธานาธิบดีสีรายล้อมด้วย “Yes men” หรือคนที่จะไม่ขัดแย้งกับเขา จึงเป็นเรื่องน่ากังวลไม่น้อยว่าในการบริหาร 5 ปีต่อจากนี้ ผู้นำจีนจะได้ยินแต่สิ่งที่เขาอยากได้ยินจากสมาชิก PSC ไม่ใช่ความเห็นต่างที่จำเป็นสำหรับการถ่วงดุลอำนาจในการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ

ขณะเดียวกัน สมาชิก PSC ชุดใหม่ที่มีแต่คนใกล้ชิด ยังเป็นตัวสะท้อนว่าประธานาธิบดีสี สามารถกระชับอำนาจภายในพรรคได้ค่อนข้างเด็ดขาด

โดยคนที่มาจากมุ้งการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่เกี่ยวข้องกับอดีตประธานาธิบดี ‘หู จิ่นเทา’ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ‘หลี่ เค่อเฉียง’ และ ‘หวัง หยาง’ อดีตหัวหน้าพรรคสาขากวางตุ้ง ซึ่งเคยอยู่ใน PSC ชุดก่อนก็หลุดจาก PSC ชุดปัจจุบัน รวมถึงไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการกลางพรรคชุดใหม่ 205 คนด้วย ซึ่งอาจทำให้ทั้งหลี่ เค่อเฉียง วัย และหวัง หยาง อาจต้องเกษียณตัวเองจากการเมืองโดยปริยายทั้งที่มีอายุ 67 ปี ยังไม่ถึงกำหนดอายุ 68 ตามธรรมเนียมเกษียณของพรรค 

นี่ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า ประธานาธิบดีสีกระชับอำนาจในพรรคได้มากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์

ขณะเดียวกัน ในวันสุดท้ายของการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ก็ยังปรากฏเหตุการณ์ที่กลายเป็นที่พูดถึงทั่วโลก เมื่อจู่ๆ อดีตประธานาธิบดีหู จิ่นเทา ผู้นำคนก่อนหน้าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็ถูกเชิญตัวออกจากห้องประชุมระหว่างการปิดประชุมพรรค โดยที่อดีตประธานาธิบดีหู มีท่าทีไม่เต็มใจนัก

ภาพเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้นนักในการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีน จนทำให้เกิดการตั้งคำถามด้วยว่า หรือนี่จะเป็นการล้างบางขั้วตรงข้าม

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวซินหัวของรัฐบาลจีนยืนยันว่า อดีตประธานาธิบดีหู จิ่นเทา ถูกพาออกไปจากที่ประชุมพรรคด้วยเหตุผลด้านสุขภาพโดยถูกเชิญไปพักยังห้องข้างๆ และล่าสุดเขามีอาการดีขึ้นมากแล้ว

โดยซินหัวระบุว่าอดีตประธานาธิบดีหู จิ่นเทา ยืนยันเข้าร่วมพิธีปิดการประชุมแม้สุขภาพของเขายังไม่ฟื้นตัวดีก็ตาม

ขณะเดียวกันวันนี้ หลังประธานาธิบดีสี ครองตำแหน่งผู้นำพรรคสมัย 3 ได้สำเร็จ ทางการจีนก็ได้เผยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาส 3 ของปีโดยระบุว่า จีดีพีระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนเติบโตร้อยละ 3.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะโตที่ร้อยละ 3.4 และมีอัตราการขยายตัวเร็วกว่าไตรมาส 2 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 0.4 เท่านั้น

เดิมทีการเปิดเผยตัวเลขจีดีพีต้องมีขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมาระหว่างที่การประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเพิ่งเริ่มต้นไม่นาน แต่ก็ถูกเลื่อนกะทันหัน และมาเปิดเผยในวันนี้หลังจบการประชุมแล้ว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ