คิริโล บูดานอฟ หัวหน้าฝ่ายข่าวกรองของกองทัพยูเครน ระบุว่า กองทัพรัสเซียกำลังเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าสู่เมืองเคอร์ซอน ซึ่งเป็นเมืองเอกของภูมิภาคเคอร์ซอน หนึ่งใน 4 ดินแดนยูเครนที่รัสเซียผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศตนเองเมื่อเดือนที่แล้ว
บูดานอฟ ระบุว่า ภาพการอพยพพลเรือนออกจากเมืองเคอร์ซอน เป็นปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสารของรัสเซียเพื่อให้ดูเหมือนว่าเมืองเคอร์ซอนไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่อีกต่อไป แต่แท้จริงแล้วทหารรัสเซียกำลังเตรียมความพร้อมรับมือกับฝ่ายยูเครนที่พยายามรุกคืบเข้ายึดคืนพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เซเลนสกี้ เตือน ประชาชนว่าฤดูหนาวในปีนี้อาจเป็นฤดูหนาวมี่ยากลำบากที่สุด โดยรัฐบาลยูเครน ได้เตือนประชาชนเร่งสำรองเสื้อกันหนาว เทียนไข ไฟฉาย และแบตเตอรี่ รวมทั้งกาต้มน้ำ จำกัดการใช้อุปกรณ์ที่กินไฟค่อนข้างเยอะ เช่น เตาทำอาหาร เครื่องซักผ้า และกาต้มน้ำ เนื่องจากรัสเซียได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างหนัก
การโจมตีทางอากาศของรัสเซียตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้สถานีไฟฟ้าทั่วยูเครนถูกทำลายไปแล้วประมาณ 1 ใน 3 ท่ามกลางรายงานว่าเกิดไฟดับหลายจุดทั่วประเทศ ซึ่งนาย คีรีโล ทีโมเชนโก ที่ปรึกษาของประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เผยว่า ตอนนี้ประชาชนกว่า 1.5 ล้านครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้
ขณะที่ นายวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ ได้ยื่นหนังสือต่อนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อขอให้มีการหารือในประเด็นที่ว่ายูเครนเตรียมเป็นฝ่ายยกระดับความรุนแรงของการสู้รบอีก ด้วยการใช้ “ระเบิดกัมมันตรังสี” หรือ “เดอร์ตีบอมบ์” ที่ก่อให้เกิดการกระจายของกัมมันตภาพรังสีเป็นวงกว้างและปริมาณมาก
ด้าน เนเบนเซีย กล่าวว่า รัสเซียถือว่าแผนการดังกล่าว “เป็นการเตรียมก่อการร้ายอย่างโจ่งแจ้ง” จึงขอเรียกร้องให้กลุ่มประเทศตะวันตกยุติความพยายามสร้างอิทธิพลเหนือรัฐบาลยูเครน และหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆก็ตาม ที่เป็นการข่มขู่และคุกคามเสถียรภาพและสันติภาพระหว่างประเทศ