สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ผู้เสียหาย ชื่อ เจนนิเฟอร์ มิตเชลล์ หญิงผิวสีจากรัฐมิสซูรี ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในนครชิคาโก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากบริษัทลอรีอัล ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ "ลอรีอัล กรุ๊ป" แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติฝรั่งเศส
มิตเชลล์อ้างว่า ตรวจพบมะเร็งมดลูกในปี 2018 ซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นผลจากการใช้ยายืดผมของบริษัทอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2000 หรือตั้งแต่อายุได้ 10 ปี
นอกจากนี้ มิตเชลล์ยังกล่าวหาบริษัทลอรีอัลว่าตั้งใจทำการตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้หญิงผิวสี ซึ่งมักมีผมหยิกหรือหยักศกมาแต่กำเนิด แต่ไม่เคยแจ้งเตือนถึงความเสี่ยง ทั้งที่บริษัทน่าจะรู้มาตั้งแต่ปี 2015 แล้วว่า ผลิตภัณฑ์ยืดผมเหล่านี้มีสารเคมีที่อาจเป็นอันตราย
การตัดสินใจฟ้องเรียกค่าเสียหายของมิตเชลล์ เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังวารสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ เผยแพร่ผลการศึกษาของสถาบันวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (NIEHS) ที่พบว่า ผู้หญิงที่ใช้ผลิตภัณฑ์ยืดผมเป็นประจำ หรือมากกว่า 4 ครั้งต่อ 1 ปี มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งมดลูกมากกว่าผู้ที่ไม่เคยใช้น้ำยายืดผมถึง 2 เท่า แต่งานวิจัยไม่ได้มีการระบุเจาะจงว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อใด
งานวิจัยดังกล่าวรวบรวมข้อมูลจากผู้หญิงหลากหลายเชื้อชาติ กว่า 33,000 คน เป็นระยะเวลาเกือบ 11 ปี และพบว่าผู้หญิง 378 คน เป็นมะเร็งมดลูก
ทนายความของมิตเชลล์ ระบุว่า บริษัทของเธอได้รับการติดต่อจากลูกความจำนวนมาก ที่ต้องการยื่นฟ้องในกรณีเดียวกันนี้ และเธอเชื่อว่า การฟ้องร้องในคดีดังกล่าวจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ทางลอรีอัลยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ในเรื่องนี้
ข้อมูลจากรัฐบาลกลาง ชี้ว่า มะเร็งมดลูกคือมะเร็งนรีเวชที่พบมากที่สุดในผู้หญิงชาวอเมริกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงผิวสี
แฟ้มภาพประกอบจาก AFP