โลกของการเมืองระหว่างประเทศดู ๆ ไปแล้วแทบจะไม่แตกต่างอะไรจากโลกของธุรกิจและการค้า ที่ “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร มีเพียงผลประโยชน์เท่านั้นที่ถาวร”
ประโยคดังกล่าวใช้ได้ในหลายสถานการณ์ไม่เว้นแม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง “จีน” กับ “สหรัฐฯ” ซึ่งดูจะเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นขั้วตรงข้ามกันมาอย่างยาวนาน และเป็นคู่ขัดแย้งที่ตึงเครียดและเป็นที่จับตามากที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าถ้ามีการพูดถึงคู่แค้น หลายคนในโลกจะต้องนึกถึงมหาอำนาจสองชาตินี้อย่างแน่นอน
จีนประกาศแล้ว "ตัวเลขเศรษฐกิจโต" ผงาดพร้อม สี จิ้น ผิง ครองสมัย 3
แต่แม้จะเป็นคู่ขัดแย้งที่พร้อมห้ำหั่นกัน จีนและสหรัฐฯ ก็ยังคงมีโมเมนต์ของการปรองดอง ซึ่งไม่ได้เกิดจากความเป็นเพื่อนร่วมโลกอะไรทำนองนั้น แต่เกิดจาก “ผลประโยชน์" ล้วน ๆ
วันนี้ (27 ต.ค.) ช่อง CCTV ของจีนรายงานว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้กล่าวในจดหมายแสดงความยินดีถึงคณะกรรมการความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนว่า จีนพร้อมจะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อหาทางที่ทั้งสองประเทศจะยังคงได้ผลประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่
“โลกทุกวันนี้ไม่ได้สงบสุขหรือร่มเย็น ในฐานะมหาอำนาจ การเสริมสร้างการสื่อสารและความร่วมมือระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะช่วยเพิ่มความมั่นคงและเสถียรภาพของโลก และส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาของโลก” ประธานาธิบดีจีนกล่าว
สี จิ้นผิง เสริมว่า “จีนยินดีทำงานร่วมกับสหรัฐฯ ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ... และหาวิธีที่จะเข้ากันได้ในยุคใหม่ การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะดีต่อทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อโลกด้วย”
รายงานนี้เกิดขึ้นในขณะที่ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ดูจะไม่สู้ดีนักจากปมความขัดแย้งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเยือนไต้หวันของแนนซี เปโลซี ท่าทีของจีนที่ยังเป็นพันธมิตรกับรัสเซีย การอ้างเรื่องพบสายลับจีน การถอนการผลิตในจีนของบริษัท อเมริกัน การงดส่งออกชิปเซมิคอนดักเตอร์ให้กับจีน ฯลฯ
ก่อนหน้านี้ ฝ่ายบริหารของ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า “จีนเป็นคู่แข่งรายเดียวของสหรัฐฯ ซึ่งมีความตั้งใจที่จะสร้างระเบียบระหว่างประเทศขึ้นมาใหม่ รวมถึงอำนาจทางเศรษฐกิจ การทูต การทหาร และเทคโนโลยี ที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายนั้น”
ขณะที่ ตัวของไบเดนเองก็เพิ่งบอกเช่นกันว่า “สหรัฐฯ ไม่ต้องการขัดแย้งกับจีน”
เป็นที่น่าจับตาอีกครั้งว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพญามังกรแห่งตะวันออกกับพญาอินทรีแห่งตะวันตกนี้ จะพัฒนาไปในรูปแบบใด นี่เป็นเพียงยาพิษที่เคลือบน้ำตาลเอาไว้ หรือเป็นการปูทางไปสู่ความสงบสุขจริง ๆ ของโลกที่สุดแสนจะวุ่นวายและพร้อมเกิดสงครามได้ทุกเมื่อนี้
เรียบเรียงจาก Reuters
ภาพจาก AFP