กระทรวงการต่างประเทศจีนประกาศว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน ตามคำเชิญของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ
ระหว่างการเยือน สีจะหารือกับทรัมป์อย่างเจาะลึกเกี่ยวกับประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ตลอดจนสันติภาพและการพัฒนาของโลก
กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า การที่ผู้นำทั้งสองประเทศเดินทางเยือนตอบแทนกันภายในระยะเวลา 6 เดือน ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญระดับหมุดหมายทางประวัติศาสตร์
กัวระบุว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มการเจรจาและความร่วมมือ จัดการความเห็นต่างอย่างเหมาะสม เพิ่มประโยชน์ที่ประชาชนของทั้งสองประเทศจะได้รับ และส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองของโลก
การเยือนครั้งนี้จะเป็นการเดินทางไปสหรัฐฯ ครั้งแรกของสี จิ้นผิงนับตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งขณะนั้นเขาเดินทางไปพบอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน และเข้าร่วมการประชุม APEC ที่นครซานฟรานซิสโก
สำหรับสีและทรัมป์ ทั้งสองเพิ่งพบกันครั้งก่อนเมื่อเดือน พ.ค. ทำให้การพบกันครั้งนี้เป็นการประชุมระหว่างผู้นำทั้งสองครั้งที่ 2 ภายในปีเดียวกัน
การเดินทางของสีเกิดขึ้นในช่วงที่ ข้อตกลงพักรบทางการค้าระยะ 1 ปีระหว่างสหรัฐฯ กับจีนกำลังใกล้หมดอายุ ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือถึงความเป็นไปได้ในการขยายข้อตกลงดังกล่าว รวมถึงการลดภาษีสินค้าบางประเภท เช่น พลังงานและสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ
ประเด็นการค้าจึงถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักของการประชุม โดยการเจรจาครั้งนี้อาจครอบคลุมการขยายข้อตกลงพักรบทางภาษี และการซื้อสินค้าสหรัฐฯ เพิ่มเติมจากฝ่ายจีน
ก่อนหน้าการประชุมสุดยอด เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนจัดการเจรจาการค้าที่นครนิวยอร์กเมื่อวันอาทิตย์
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวถึงการเจรจาว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และระบุว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดตั้งช่องทางหารือเกี่ยวกับ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันต่อทั้งเป้าหมายและความเสี่ยงของเทคโนโลยีดังกล่าว
การหารือด้าน AI ยังเป็นหนึ่งในประเด็นที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นพูดคุยระหว่างสีและทรัมป์ เช่นเดียวกับการค้าและห่วงโซ่อุปทาน
ทรัมป์ระบุว่า เขาจะจัด งานเลี้ยงอาหารค่ำระดับรัฐ เพื่อเป็นเกียรติแก่สี จิ้นผิง ในบรรดาผู้ที่มีแนวโน้มเข้าร่วมงาน มีชื่อของ ทิม คุก ผู้บริหาร Apple และแซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI ตามข้อมูลที่ระบุในต้นฉบับ
นอกจากประเด็นการค้าและ AI แล้ว ยังมีประเด็นระหว่างประเทศและยุทธศาสตร์อีกหลายเรื่องที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นหารือ
หนึ่งในนั้นคือ สงครามอิหร่าน โดยจีนเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และจากข้อมูลที่ระบุในต้นฉบับ สียังไม่มีท่าทีเร่งรีบที่จะช่วยทรัมป์กดดันเตหะรานทางเศรษฐกิจ
อีกประเด็นคือ แร่หายาก ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมและเทคโนโลยี และกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ
ฝ่ายจีนยังมีแนวโน้มย้ำจุดยืนเรื่องไต้หวัน ซึ่งปักกิ่งมองว่าเป็นหนึ่งในประเด็นที่เป็นเส้นแดงในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ
สหรัฐฯ เป็นผู้สนับสนุนทางการเมืองและการทหารรายสำคัญของไต้หวัน ขณะที่จีนมองไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตนเอง
ประเด็นนี้จึงยังคงเป็นหนึ่งในหัวข้อความขัดแย้งสำคัญระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่ง และถูกคาดหมายว่าจะปรากฏในการหารือของผู้นำทั้งสอง
การเยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายนนี้ จึงเกิดขึ้นในช่วงสำคัญของความสัมพันธ์สองมหาอำนาจ ทั้งในด้าน การค้า เทคโนโลยี AI แร่สำคัญ ไต้หวัน และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่ฝ่ายจีนย้ำว่าต้องการใช้การพบกันครั้งนี้เพื่อเพิ่มการเจรจา ความร่วมมือ และบริหารจัดการความเห็นต่างระหว่างสองประเทศ
ที่มา: Reuters / The Japan Times