เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ "อับดุล เอล-ซาเยด" ผงาดวุฒิสมาชิกมุสลิมคนแรก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"อับดุล เอล-ซาเยด" สร้างประวัติศาสตร์ นั่งวุฒิสมาชิกมุสลิมคนแรกของสหรัฐฯ ฝ่าการหาเสียงที่ถูกโจมตีทั้งศาสนา-จุดยืนการเมือง ถูกยกเป็นความหวังของชุมชนมุสลิมอเมริกัน

อับดุล เอล-ซาเยด ผู้สมัครพรรคเดโมแครตสายก้าวหน้า คว้าชัยในการเลือกตั้งวุฒิสภาสหรัฐฯ ที่รัฐมิชิแกน เอาชนะไมก์ โรเจอร์ส จากพรรครีพับลิกัน และสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวมุสลิมคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่วุฒิสภาสหรัฐฯ

ชัยชนะของเอล-ซาเยดเกิดขึ้นในหนึ่งในสนามที่ถูกมองว่าสูสีที่สุดของการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ และช่วยตอกย้ำการครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาของพรรคเดโมแครต หลังพรรคสามารถคว้าชัยในหลายพื้นที่ รวมถึงบางรัฐที่รีพับลิกันมีฐานเสียงแข็งแกร่ง

อับดุล เอล-ซาเยด Reuters/Brian Snyder
อับดุล เอล-ซาเยด

การแข่งขันในมิชิแกนยังถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะเต็มไปด้วยการโจมตีเรื่องอัตลักษณ์ ศาสนา และจุดยืนทางการเมือง รวมถึงความขัดแย้งภายในพรรคเดโมแครตเองในช่วงโค้งสุดท้าย

ฝ่ากระแสโจมตีเรื่องศาสนา-ความมั่นคง

เอล-ซาเยด วัย 42 ปี เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอียิปต์ที่เกิดในรัฐมิชิแกน จบการศึกษาด้านการแพทย์ และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการด้านสาธารณสุขของเมืองดีทรอยต์ ตลอดช่วงหาเสียง เขาถูกคู่แข่งและแกนนำรีพับลิกันโจมตีอย่างหนักในประเด็นศาสนาและความมั่นคง

โรเจอร์ส ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามวางภาพเอล-ซาเยดว่าเป็นฝ่ายซ้ายสุดโต่งและคอมมิวนิสต์ พร้อมโจมตีจุดยืนของเขาต่ออิสราเอลและศาสนาอิสลาม

ทรัมป์เคยเรียกเอล-ซาเยดด้วยถ้อยคำที่เชื่อมโยงเขากับกลุ่มญิฮาดและการก่อการร้าย ขณะที่นักการเมืองรีพับลิกันบางรายใช้ถ้อยคำโจมตีที่รุนแรงเกี่ยวกับความเป็นมุสลิมของเขา

โดยเอล-ซาเยดยืนยันปฏิเสธว่าไม่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มหัวรุนแรง ขณะที่ยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อมโยงเขากับกลุ่มหัวรุนแรงตามที่ฝ่ายรีพับลิกันบางส่วนพยายามกล่าวหา

"คุณเลือกความเกลียดชัง แต่มิชิแกนเลือกความหวัง"

หลังชัยชนะ เอล-ซาเยดกล่าวต่อกลุ่มผู้สนับสนุนช่วงเช้ามืดวันพุธ โดยวิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามว่าเลือกใช้หนึ่งในการหาเสียงที่น่าเกลียดที่สุดในรอบหลายปี เขากล่าวว่า "พวกคุณเลือกความเกลียดชัง แต่มิชิแกนเลือกความหวัง" พร้อมระบุว่า ฝ่ายตรงข้ามโจมตีเขาเพราะชื่อและศรัทธาของตน

เอล-ซาเยดกล่าวต่อว่า ฝ่ายตรงข้ามพยายามวาดภาพสหรัฐฯ ให้เป็นประเทศที่เล็กเกินไปสำหรับพวกเราบางคน แต่ผลการเลือกตั้งแสดงให้เห็นว่า อเมริกาเป็นประเทศที่กว้างพอสำหรับพวกเราทุกคน

ในสุนทรพจน์แห่งชัยชนะ เขายังกล่าวคำภาษาอาหรับว่า "Alhamdulillah" ซึ่งหมายถึง "ขอบคุณพระเจ้า" หรือ "สรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า" ก่อนพูดเชิงหยอกล้อกับฝ่ายขวาว่า คำดังกล่าวไม่ได้มีความหมายอื่นนอกเหนือจากนั้น

หาเสียงด้วย "Medicare for All" - เก็บภาษีมหาเศรษฐี

เอล-ซาเยดลงสมัครด้วยแนวนโยบายฝ่ายก้าวหน้า โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า Medicare for All และการจัดเก็บภาษีความมั่งคั่งจากมหาเศรษฐี หนึ่งในคำขวัญที่ผู้สนับสนุนตะโกนตอบเขาระหว่างงานฉลองชัยชนะคือ "เอาเงินออกจากการเมือง เอาเงินกลับเข้ากระเป๋าคุณ และ Medicare สำหรับทุกคน"

ตลอดการหาเสียง เขายังเน้นประเด็นค่าครองชีพ และโจมตีนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ค่าใช้จ่ายของประชาชนในรัฐเพิ่มขึ้น

เขายังแสดงจุดยืนต่อต้านอิทธิพลของเงินทุนขนาดใหญ่ในการเมือง และได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองฝ่ายซ้ายคนสำคัญอย่าง เบอร์นี แซนเดอร์ส และ อเล็กซานเดรีย โอกาซิโอ-คอร์เตซ

จุดยืนต่ออิสราเอลกลายเป็นประเด็นร้อน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการแข่งขันคือจุดยืนของเอล-ซาเยดต่ออิสราเอลและสงครามในกาซา ระหว่างการหาเสียง เขาเรียกการกระทำของอิสราเอลในกาซาว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติความช่วยเหลือแก่อิสราเอล จุดยืนดังกล่าวมีน้ำหนักทางการเมืองอย่างมากในมิชิแกน ซึ่งมีประชากรชาวอาหรับอเมริกันจำนวนมากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ

เรื่องนี้ยังสร้างความขัดแย้งกับ เฮลีย์ สตีเวนส์ (Haley Stevens) คู่แข่งของเอล-ซาเยดในการเลือกตั้งขั้นต้นของเดโมแครต ซึ่งสนับสนุนอิสราเอลอย่างแข็งขัน โดยการหาเสียงขั้นต้นของสตีเวนส์ได้รับเงินสนับสนุนหลายล้านดอลลาร์จาก American Israel Public Affairs Committee หรือ AIPAC

คู่แข่งเดโมแครตหันไปหนุนรีพับลิกัน

การแข่งขันเกิดเหตุการณ์เหนือความคาดหมายเพียงไม่กี่วันก่อนวันเลือกตั้ง เมื่อสตีเวนส์ ซึ่งแพ้เอล-ซาเยดในการเลือกตั้งขั้นต้น ออกมาประกาศสนับสนุน ไมก์ โรเจอร์ส ผู้สมัครรีพับลิกัน

ผู้นำเดโมแครตบางส่วนประณามการตัดสินใจดังกล่าวว่าเป็น “การทรยศที่น่ารังเกียจ” ขณะที่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ของสตีเวนส์หลายคนลาออกพร้อมกัน

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนที่สำนักข่าว BBC พูดคุยด้วยระบุว่า รู้สึกสับสนกับการตัดสินใจของเธอ และตั้งคำถามว่าเป็นผลมาจากความไม่พอใจหลังแพ้การเลือกตั้งขั้นต้นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เอล-ซาเยดพยายามไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่ได้คิดถึงสตีเวนส์ และมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่สำคัญ

ชุมชนมุสลิมชี้ เป็นชัยชนะที่มีความหมายมากกว่าเรื่องการเมือง

สำหรับชุมชนมุสลิมอเมริกัน ชัยชนะของเอล-ซาเยดถือเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ อับดุลลาห์ เมมอน อาสาสมัครหาเสียงของเอล-ซาเยดจากแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า เขารู้สึกสะเทือนใจเมื่อเห็นเอล-ซาเยด ภรรยาที่สวมฮิญาบ และครอบครัวขึ้นเวที เพราะทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นชาวอเมริกัน

ด้านซาอัด อีจาซ ผู้สนับสนุนและอาสาสมัครจากกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า น้องชายวัย 13 ปีโทรมาหาเขาหลังชมสุนทรพจน์แห่งชัยชนะ และเล่าว่า ที่โรงเรียนเขาเคยถูกเรียกด้วยถ้อยคำดูหมิ่นและถูกตั้งคำถามเรื่องการเมือง แต่ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกมีความหวังเป็นครั้งแรก

ผู้สนับสนุนอีกหลายคนมองว่า การได้เห็นบุคคลที่มีชื่อเสียง มีความศรัทธา และภูมิหลังคล้ายกับตนเองเข้าสู่วุฒิสภา จะทำให้เด็กมุสลิมอเมริกันรุ่นต่อไปมองเห็นพื้นที่ของตัวเองในการเมืองสหรัฐฯ มากขึ้น

วาทกรรมต่อต้านมุสลิมสร้างความกังวลในชุมชน

บรรยากาศการหาเสียงที่โจมตีศาสนาอย่างเข้มข้นสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยให้กับชาวมุสลิมและชาวอาหรับอเมริกันในและรอบเมืองเดียร์บอร์น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนมุสลิมอเมริกันพำนักอยู่หลายครัวเรือน โดยชาวบ้านบางคนระบุว่า พบเห็นความเป็นปรปักษ์ต่อชาวมุสลิมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถ้อยคำที่มุ่งเป้าไปยังผู้หญิงที่สวมฮิญาบ

อิมาด ซูฟี เจ้าของธุรกิจชาวเยเมนซึ่งเคยลงคะแนนให้ทรัมป์ถึง 3 ครั้ง กล่าวว่า เดิมเขาอาจพิจารณาเลือกโรเจอร์ส หากอีกฝ่ายแยกตัวออกจากวาทกรรมต่อต้านมุสลิมของทรัมป์ แต่สุดท้ายตัดสินใจลงคะแนนให้เอล-ซาเยด

ขณะที่ผู้มีสิทธิอีกหลายคนที่สำนักข่าวรอยเตอร์สสัมภาษณ์กล่าวว่า ศาสนาของเอล-ซาเยดไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ และมองว่ามุสลิมกับอาหรับอเมริกันเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและชีวิตประจำวันอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม มีผู้มีสิทธิบางส่วนที่ระบุว่า ความกังวลเรื่องศาสนาหรือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับแนวคิดสุดโต่งมีผลต่อการตัดสินใจเลือกโรเจอร์ส

รัฐสมรภูมิที่สูสีที่สุดแห่งหนึ่ง

ที่นั่งวุฒิสภามิชิแกน ซึ่งเดิมเป็นของ แกรี ปีเตอร์ส วุฒิสมาชิกเดโมแครตที่กำลังเกษียณ ถูกนักวิเคราะห์จัดให้เป็นหนึ่งในสนามที่สูสีที่สุดของการเลือกตั้งกลางเทอมปีนี้

มิชิแกนถือเป็น Swing State สำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยเคยเลือก โจ ไบเดนในปี 2020 ก่อนหันไปเลือก โดนัลด์ ทรัมป์ในปี 2024

เอล-ซาเยดยังต้องเผชิญกับเม็ดเงินจากกลุ่มภายนอกจำนวนมากที่เข้ามาสนับสนุนคู่แข่ง ทั้งโรเจอร์สและสตีเวนส์ในช่วงการเลือกตั้งขั้นต้น

ชัยชนะของเขาจึงถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญของอิทธิพลฝ่ายก้าวหน้าในพรรคเดโมแครต โดยเฉพาะในรัฐสมรภูมิที่การแข่งขันระหว่างสองพรรคสูสี

ที่มา: BBC / CBS / Reuters

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ