รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน หารือวิกฤตเมียนมา หนุนฉันทามติ 5 ข้อ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




รมต.ต่างประเทศชาติสมาชิกอาเซียน เห็นชอบให้อาเซียนยึดมั่นต่อการสนับสนุนฉันทามติ 5 ข้อเพื่อหาทางแก้วิกฤตเมียนมา

รายงานระบุว่า มีการเชิญให้เมียนมาส่งตัวแทนที่ไม่มีนัยทางการเมืองเข้าร่วมการประชุมฉุกเฉินของรัฐมนตรีอาเซียนที่อินโดนีเซียวันนี้ เนื่องจากบรรดานายพลของเมียนมาถูกห้ามร่วมการประชุมระดับสูงของอาเซียนนับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของ ‘อองซาน ซูจี’ เมื่อปีที่แล้ว

แต่รัฐบาลทหารเมียนมาไม่เห็นด้วยกับการที่อาเซียนให้ส่งผู้แทนที่ไม่มีนัยทางการเมืองเข้าร่วม การประชุมครั้งนี้ที่มีเป้าหมายเพื่อหาทางผลักดันสันติภาพในเมียนมาจึงไม่มีผู้แทนจากเมียนมานั่งโต๊ะร่วมหารือ 

สตช.สั่งเก็บข้อมูลทุกเม็ดที่ "ชูวิทย์" ตั้งโต๊ะแถลง ทุนจีนสีเทา โยงเจ้าพ่อเมืองหลวงนักการเมืองใหญ่

วันหยุดส่งท้ายปี2565 เดือน พ.ย.-ธ.ค. หยุดยาวรวม 13 วัน

"ประเทศมาลี" อันตรายไหม? จัดอันดับประเทศที่อันตรายที่สุดในโลก

กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนระบุว่า การประชุมที่เกิดขึ้นวันนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ได้คำแนะนำว่า จะผลักดันกระบวนการสันติภาพในเมียนมาอย่างไรก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือนหน้า ทั้งนี้ อาเซียนพยายามผลักดันแก้วิกฤตการเมืองในเมียนมาที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร

เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ผู้นำชาติสมาชิกอาเซียนและพลเอกอาวุโส ‘มิน อ่อง หล่าย’ ผู้นำคณะรัฐประหารเมียนมาได้ร่วมรับรองฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งครอบคลุมทั้งการยุติความรุนแรงทันที รวมถึงเริ่มการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงด้านสันติภาพ ยินยอมให้ผู้แทนพิเศษของอาเซียนอำนวยความสะดวกในการเจรจาไกล่เกลี่ย และให้อาเซียนจัดหาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

แต่การเดินหน้าฉันทามติ 5 ข้อก็หยุดชะงัก จนถึงตอนนี้ไม่มีสัญญาณว่าความรุนแรงในเมียนมาจะยุติ รวมถึงไม่มีสัญญาณว่ารัฐบาลทหารจะเจรจากับฝ่ายตรงข้าม

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมายังมีทั้งการจับกุมคุมขัง ไปจนถึงประหารชีวิตนักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็เพิ่งเกิดเหตุระเบิดที่เรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเรือนจำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน โดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “องค์กรพันธกิจพิเศษแห่งพม่า” หรือ STA อ้างเป็นผู้ก่อเหตุเพื่อแก้แค้นพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย และเจ้าหน้าที่เรือนจำ

ส่วนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุโจมตีทางอากาศในรัฐคะฉิ่น สื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 คน แต่กองทัพเมียนมาอ้างว่าการโจมตีดังกล่าวมีความชอบธรรม เป็นไปเพื่อตอบโต้การโจมตีกองกำลังเมียนมาโดยกลุ่มกองทัพเอกราชคะฉิ่น หรือ KIA ซึ่งเป็นกองกำลังชาติพันธุ์ที่ต่อสู้กับกองทัพเมียนมามานานกว่า 60 ปี เพื่อเรียกร้องอิสระในการปกครองตนเองของชาวคะฉิ่น  โดย KIA ยังแสดงการสนับสนุนฝ่ายต่อต้านการรัฐประหารในเมียนมาด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนสิงหาคม พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ได้ระบุว่าสาเหตุที่ทำให้การเดินหน้าฉันทามติ 5 ข้อที่ตกลงไว้กับอาเซียนไม่คืบหน้าเป็นเพราะความไม่มีเสถียรภาพในประเทศและการระบาดใหญ่ของโควิด

ล่าสุด หลังจบการประชุมนานครึ่งวัน กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศและผู้แทนจากชาติสมาชิกอาเซียนเห็นชอบว่าอาเซียนควร “มุ่งมั่นมากขึ้น” เพื่อให้เกิดการแกัปัญหาอย่างสันติในเมียนมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมระบุว่าสถานการณ์ในเมียนมาวิกฤตและเปราะบาง

โดยอาเซียนยังคงยึดมั่นต่อแผนฉันทามติ 5 ข้อ ที่ได้ตกลงร่วมกับผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว 

อย่างไรก็ตาม ‘เร็ตโน มาร์ซูดี’ รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ได้แถลงหลังจบการประชุมระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้แสดงความกังวลและผิดหวังที่ไม่มีความก้าวหน้าในการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ

รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียยังเรียกร้องให้หยุดการกระทำรุนแรงต่างๆ ทันที และอินโดนีเซียได้ระบุในที่ประชุมว่า ข้อเรียกร้องนี้ต้องถูกส่งต่อไปยังกองทัพเมียนมาทันทีด้วย  

’แดเนียล คริเทนบริงค์’ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เรียกสถานการณ์ที่เมียนมาว่าเป็น "โศกนาฏกรรม" พร้อมระบุว่าการหาทางจัดการกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเป็นหัวใจหลักของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนในวันนี้

นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะเรียกร้องให้เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลทหารเมียนมามากขึ้นในเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก

ขณะที่ ‘ทอม แอนดรูวส์’ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมา เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ สร้างความร่วมมือกดดันผู้นำรัฐประหารเมียนมาด้วยการคว่ำบาตรและห้ามค้าอาวุธ แบบเดียวกับที่ทำกับรัสเซียในกรณีรุกรานยูเครน

แอนดรูวส์ ยังระบุว่า อาวุธที่กองทัพเมียนมาใช้สังหารประชาชนก็คือแบบเดียวกับอาวุธที่สังหารประชาชนในยูเครน เพราะมาจากแหล่งเดียวกันนั่นคือ รัสเซีย

แต่นี่ทำให้เกิดการตอบโต้จากรองเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติที่บอกว่า ถ้อยแถลงของแอนดรูวส์มักไม่มีข้อเท็จจริงสนับสนุน

ทั้งนี้ รัสเซียเป็นหนึ่งในผู้ขายอาวุธรายใหญ่ให้กับเมียนมา และเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่ปกป้องรัฐบาลทหารเมียนมานับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร

พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เพิ่งเดินทางเยือนรัสเซียเมื่อเดือนที่แล้วและได้พบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน โดยมิน อ่อง หล่าย ได้กล่าวชื่นชมบทบาทการเป็นผู้นำของปูติน 

ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาความเห็นของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต่อกรณีของเมียนมาก็มักไม่สอดคล้องกัน โดยรายงานระบุว่ารัสเซียและจีนมีแนวโน้มที่จะปกป้องผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาจากการถูกลงโทษรุนแรง เช่น การคว่ำบาตร

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ