นโยบายล็อกดาวน์เข้มงวดของทางการจีนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง หลังเกิดเหตุเด็กชายวัย 3 ขวบเสียชีวิตจากแก๊สพิษรั่วไหลในพื้นที่ที่กำลังถูกล็อกดาวน์ แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ยอมให้ครอบครัวนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาล
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่เมืองหลานโจว ในมณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองถูกสั่งล็อกดาวน์ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมาเนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19
ชาวจีนโวย ถูกห้ามหนีจากแผ่นดินไหว เพราะ “ล็อกดาวน์โควิด-19” อยู่
พ่อของเด็กชายที่เสียชีวิตเล่าว่า เมื่อวันอังคาร (1 พ.ย.) จู่ ๆ ภรรยาของเขาและลูกชายก็มีอาการป่วย และแสดงอาการเหมือนถูกแก๊สพิษ โดยตัวของภรรยาเขาได้ปฐมพยาบาลด้วยวิธี CPR จนอาการดีขึ้น แต่ลูกชายยังคงอยู่ในภาวะโคมา จึงรีบโทรเรียกรถพยาบาลและตำรวจ แต่กลับไม่สามารถติดต่อได้ จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังที่คอยควบคุมการล็อกดาวน์ แต่ก็ถูกปฏิเสธ และถูกบอกว่าให้ไปขอความเหลือจากทางการหรือพยายามโทรเรียกรถพยาบาลด้วยตัวเองต่อไป
พ่อของเด็กชายเล่าว่า เจ้าหน้าที่ขอให้เขาแสดงผลตรวจโควิด-19 ที่เป็นลบหากต้องการพาลูกส่งโรงพยาบาล แต่เขาทำตามไม่ได้เพราะในช่วง 10 วันที่ผ่านมาไม่มีการตรวจหาเชื้อให้กับประชาชนในพื้นที่ล็อกดาวน์เลย
ในที่สุดพ่อของเด็กชายก็ทนไม่ไหวและพาลูกหนีออกมาจากพื้นที่ล็อกดาวน์ และมีพลเมืองดีช่วยเรียกแท็กซี่ให้ แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลลูกชายของเขาก็เสียชีวิตแล้วและแพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้
“ลูกของผมคงรอดถ้าไปถึงโรงพยาบาลเร็วกว่านี้” พ่อของเด็กชายเล่า โดยจากแผนที่พบว่า การเดินทางจากบ้านของเขาไปยังโรงพยาบาลมีระยะทางเพียง 3 กิโลเมตร ซึ่งจะใช้เวลาขับรถไปไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น
พ่อของเด็กชายบอกอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ปรากฏตัวให้ความช่วยเหลือเลยจนกระทั่งเขาพาลูกไปถึงโรงพยาบาล แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า ตำรวจเดินทางไปยังสถานที่ที่ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินในทันทีหลังได้รับแจ้ง และหลังจากนั้น 14 นาทีก็ได้ส่งเด็กชายไปยังโรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า เด็กชายเสียชีวิตจากการสูดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์มากเกินไป ขณะที่ตัวผู้เป็นแม่นั้นขณะนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แต่ไม่ได้บอกว่า กระบวนการช่วยเหลือผู้ป่วยล่าช้าเพราะมาตรการล็อกดาวน์หรือไม่
ทางการหลานโจวออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของเด็กชายและแสดงความเสียใจต่อครอบครัว และพวกเขาให้คำมั่นว่าจะ “ดำเนินการอย่างจริงจัง” กับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่ไม่สามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันท่วงที
“เราได้เรียนรู้บทเรียนอันเจ็บปวดจากเหตุการณ์นี้ … และจะให้ความสำคัญกับผู้คนและชีวิตของพวกเขาเป็นอันดับแรกในอนาคต” คำแถลงกล่าว
นี่นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นจากมาตรการล็อกดาวน์โควิด-19 ที่เข้มงวดของจีนซึ่งจุดชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อนโยบายปลอดโควิดของจีนที่ไม่สิ้นสุดเสียที และชีวิตประจำวันของชาวจีนส่วนมากยังคงอยู่ภายใต้การล็อกดาวน์ การกักตัว และการตรวจหาเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง
ในจีนขณะนี้มีกรณีผู้คนที่เสียชีวิตหลังจากถูกขัดขวางโดยมาตรการล็อกดาวน์ไม่ให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลฉุกเฉินอย่างทันท่วงทีเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน รวมถึงประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จะยืนยันว่า นโยบายป้องกันโควิด-19 ของประเทศจะต้อง “ให้ความสำคัญกับผู้คนและชีวิตของพวกเขาก่อนเป็นอันดับแรก”
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก AFP