ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เปิดเผยว่าได้รับคำเชิญจากประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ให้เดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติที่กำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย.นี้ ที่เกาะบาหลี
อย่างไรก็ตาม เซเลนสกี ได้ยืนยันจุดยืนส่วนตัว ว่าหากมีประธานาธิบดีรัสเซีย เข้าร่วมการประชุมในเวทีนี้ด้วย ฝ่ายยูเครนจะไม่เข้าร่วมอย่างแน่นอน
"นิวเดลี" สั่งปิดโรงเรียน หลังฝุ่นควันพิษ เกินค่ามาตรฐาน
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบข้ออ้างของรัสเซียที่ระบุว่ายูเครนวางแผนใช้ระเบิดกัมมันตรังสี หรือ Dirty Bomb เพื่อใส่ร้ายรัสเซีย เมื่อวานนี้สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA เปิดเผยว่าคณะผู้ตรวจสอบสามารถดำเนินการทุกอย่างตามแผนของไอเออีเอ และได้รับอนุญาตให้เข้าถึงสถานที่ต่างๆโดยไม่ถูกขัดขวาง และจากการประเมินผลการตรวจสอบที่พอจะมีอยู่ในตอนนี้และจากข้อมูลที่มอบให้โดยยูเครน ทางหน่วยงานไม่พบสิ่งบ่งชี้ใดๆของกิจกรรมนิวเคลียร์ที่อาจถูกปกปิดและวัสดุนิวเคลียร์ในสถานที่เหล่านั้น
ขณะเดียวกัน ฝ่ายรัสเซียเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า กองกำลังของตนเพิ่งทำการป้องการการโจมตีโดยยูเครนเข้าใส่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในเมืองซาโปริสเซียที่อยู่ภายใต้การควบคุมของทหารฝ่ายรัสเซีย ด้านนิโคไล พาทรูเชฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงรัสเซีย ระบุว่า กองกำลังยูเครนยิงถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริสเซียด้วย “อาวุธจากชาติตะวันตก ที่อาจนำไปสู่ภัยพิบัติร้ายแรง
ก่อนหน้าที่ พาทรูเชฟ จะออกมาแสดงความคิดเห็น คณะเสนาธิการทหารยูเครนกล่าวว่า รัสเซียนั้นทำการโจมตีด้วยปืนใหญ่อย่างหนักโดยพุ่งเป้าไปยังพื้นที่หลายจุด ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งผลิตพลังงานสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริห์เชีย ซึ่งเป็นโรงผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป
ด้าน บริษัท “เอ-เนอ-กอ-อะ-ตอม” (Energoatom) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของยูเครนที่ดูแลโรงไฟฟ้าแห่งนี้กล่าวว่า สายส่งพลังงานที่เชื่อมต่อกับโรงไฟฟ้านี้ที่ตั้งอยู่ในภาคใต้ของยูเครนถูกตัดขาดไปแล้ว หลังเกิดความเสียหายที่สายส่งไฟฟ้าแรงสูง จนในเวลานี้ต้องพึ่งพาเครื่องปั่นไฟพลังงานดีเซลแทน
ส่วนสถานการการณ์สู้รบในภูมิภาคเคอ์ซอน ที่ยูเครนพยายามจะยึดคืนกลับมา เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายหนึ่งที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัสเซียเปิดเผยว่ามีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะถอนกำลังออกจากริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำดนีโปรในภูมิภาคแห่งนี้ และเร่งให้พลเมืองอพยพออกมา นับเป็นการส่งสัญญาณล่าถอยครั้งใหญ่อีกรอบ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลรัสเซีย ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ แต่รัฐบาลยูเครน และนักวิเคราะห์ด้านการทหารของชาติตะวันตกระบุว่า อาจเป็นการวางหลุมพรางของทางรัสเซีย เพ่อจัดการกับทหารยูเครนที่รุกคืบเข้ามา