นาย วิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนยังคงมีไฟฟ้าและน้ำประชาใช้ พร้อมทั้งยืนยันว่าได้เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ต่างๆไว้แล้ว รวมทั้งจุดพักพิงฉุกเฉิก 1,000 จุด ที่ติดตั้งเครื่องทำความร้อน เพื่อให้ประชาชนพักอาศัย หากเกิดกรณีฉุกเฉิน
ขณะเดียวกัน คลิตชโก แนะนำประชาชนในกรุงเคียฟที่มีอยู่ราว 3 ล้านคน เตรียมความพร้อมย้ายไปอยู่กับเพื่อน หรือ ญาติ ในย่านชานเมืองที่ระบบไฟฟ้าและน้ำประปายังคงใช้การได้
โดย คลิตชโก ยังเตือนประชาชนเร่งสำรองของใช้จำเป็นโดยเฉพาะเชื้อเพลิง อาหาร และ น้ำ
คำเตือนของ คลิทช์โก เกิดขึ้นหลัง ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศที่มีเป้าหมายหลักคือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและไฟฟ้าในกรุงเคียฟ ทำให้ระบบผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ประมาณ 40% ถูกทำลาย หรือได้รับความเสียหาย และ ทางการต้องใช้วิธีดับไฟในบางช่วงเวลา เพื่อไม่ให้ระบบที่เหลืออยู่ทำงานหนักจนเกินไป
สภาพอากาศวันนี้ กทม.เสี่ยงเจอฝน เหนือ-อีสาน สัมผัสอากาศเย็น
โควิด-19 รอบสัปดาห์ ไทยติดเชื้อเฉลี่ยพุ่งเฉียด 400 เสียชีวิตวันละ 5 คน
ขณะที่สื่อมวลชนหลายสำนักของรัสเซีย รายงานโดยอ้างคำพูดของหน่วยฉุกเฉินเมื่อวานนี้ ว่า โนวา คาคอฟคา เขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ในภูมิภาคเคอร์ซอนของยูเครนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย ได้รับความเสียหายจากกระสุนปืนใหญ่ของกองกำลังยูเครน แต่รายงานไม่ได้มอบหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวหา และทางรอยเตอร์ไม่ยืนยันข่าวนี้
โดยสำนักข่าวทาสส์นิวส์ อ้างคำสัมภาษณ์ตัวแทนหน่วยฉุกเฉินระบุว่า จรวดลูกหนึ่งถูกยิงออกมาจากระบบขีปนาวุธไฮมาร์สที่ผลิตโดยสหรัฐฯ พุ่งโดนประตูเขื่อนและก่อความเสียหาย เจ้าหน้าที่รายนี้ระบุว่า การโจมตีเป็นความพยายามสร้างสถานการณ์ด้านหายนะทางมนุษยธรรม ด้วยเป้าหมายทำให้เขื่อนพังทลาย
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว วอชิงตันโพสต์ ( The Washington Post) รายงานว่ารัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้ขอร้องผู้นำยูเครนเปิดโอกาสให้มีการเจรจากับรัสเซีย หลังจากหลายประเทศพันธมิตรตะวันตกถูกประชาชนกดดันในเรื่องการสนับสนุนยูเครน จนนำไปสู่ปัญหาค่าครองชีพ
โดย วอชิงตันโพสต์ อ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับประเด็นนี้ว่า คำร้องขอจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯนั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะกดดันให้ยูเครนเข้าร่วมการเจรจากับรัสเซีย แต่เป็นเพียงความพยายามที่จะช่วยให้ รัฐบาลยูเครนยังคงได้รับการสนับสนุนจากชาติอื่นๆ ที่เริ่มถูกกดดันจากประชาชนในประเทศของตนเองเกี่ยวกับสงครามที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะดำเนินไปอีกกี่ปี
สำนักข่าว วอชิงตันโพสต์ ยังระบุด้วยว่า จุดยืนของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ที่ประกาศไม่ขอเจรจากับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน สร้างความกังวลให้กับประเทศอื่นๆ ในหลายภูมิภาคทั้ง ยุโรป แอฟริกา และละตินอเมริกา ที่กำลังเผชิญผลกระทบหนักจากสงครามนี้ในด้านราคาอาหารและพลังงาน