รัสเซียส่งโดรนโจมตีสำนักงานใหญ่หน่วยความมั่นคงยูเครน หรือ SBU ใจกลางกรุงเคียฟ พุ่งเป้าห้องทำงานหัวหน้าหน่วยงานโดยตรง เซเลนสกีสั่งเตรียมตอบโต้ ขณะที่ยูเครนชี้เป็นการยกระดับสถานการณ์ครั้งใหญ่ ท่ามกลางความพยายามผลักดันการเจรจาสันติภาพครั้งใหม่
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2569 โดรนของรัสเซียโจมตีสำนักงานใหญ่สำนักงานความมั่นคงแห่งยูเครน หรือ “เอสบียู” (SBU) บนถนนโวโลดิเมียร์สกา ใจกลางกรุงเคียฟ
ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามมหาวิหารเซนต์โซเฟีย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 7 คน
เซเลนสกีระบุว่า โดรนลำดังกล่าวพุ่งเป้าโดยตรงไปยังห้องทำงานของ “โอเล็กซานเดอร์ โปคลาด” (Oleksandr Poklad) รักษาการหัวหน้าหน่วยความมั่นคงแห่งยูเครน โดยแหล่งข่าวของสื่อยูเครนระบุว่า โปคลาดไม่ได้อยู่ภายในห้องทำงานขณะเกิดเหตุ
หลังเกิดเหตุ เซเลนสกีเปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับโปคลาดแล้ว พร้อมสั่งการให้ SBU เตรียมมาตรการตอบโต้รัสเซียอย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรม รวมถึงหากเป็นไปได้ให้ตอบโต้ในลักษณะเดียวกับการโจมตีครั้งนี้ โดยกองทัพยูเครนจะให้การสนับสนุน
ด้าน “อันดรีย์ ซีบีฮา” (Andrii Sybiha) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ระบุว่า การโจมตีสำนักงานใหญ่ SBU ถือเป็นการยกระดับสถานการณ์ครั้งใหญ่ และจำเป็นต้องได้รับการตอบสนองอย่างเด็ดขาด พร้อมชี้ว่า การโจมตีเกิดขึ้นในช่วงที่มีความพยายามผลักดันกระบวนการสันติภาพครั้งใหม่ ซึ่งยูเครนมองว่าสะท้อนท่าทีของมอสโกต่อแนวทางการทูต
เหตุโจมตีครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า “สตีฟ วิตคอฟฟ์” ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ “จาเร็ด คุชเนอร์” ลูกเขยของทรัมป์ เตรียมเดินทางไปยังรัสเซียและยูเครน เพื่อเสนอแนวทางผลักดันการยุติสงคราม
การโจมตีสำนักงานใหญ่ SBU ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากตลอดสงครามรัสเซีย-ยูเครน อาคารหน่วยงานรัฐบาลในกรุงเคียฟแทบไม่ตกเป็นเป้าโจมตีโดยตรง ขณะที่ SBU ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญของยูเครน ซึ่งมีบทบาททั้งด้านความมั่นคงภายในและปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย