IMF แนะที่ประชุม COP27 เพิ่มราคาปล่อยก๊าซคาร์บอน หวังช่วยหยุดโลกร้อน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ เสนอในที่ประชุม COP27 ควรปรับราคาการปล่อยก๊าซคาร์บอน อยู่ที่ 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030

ระหว่างการร่วมประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่เมือง ชาร์ม เอล ชีค ประเทศอียิปต์ หรือ COP27 นางคริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva)  ผู้อำนวยการใหญ่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เตือนว่า ราคาเฉลี่ยของการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั่วทั้งโลก จำเป็นต้องปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 2,800 บาทต่อตัน ภายในปี 2030 เพื่อสร้างแรงจูงใจที่มากพอสำหรับทั้งภาคธุรกิจ และประชาชนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน 

รู้จักกฎ Must Have และ Must Carry ก่อนแฟนบอลไทยลุ้นดูบอลโลก

นอกจากนี้ จอร์เจียวา ยังระบุว่า ขณะนี้มีบางภูมิภาคของโลกที่กำหนดราคาการปล่อยก๊าซคาร์บอนเกินกว่าระดับ 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันแล้ว เช่นสหภาพยุโรป แต่ประเทศขนาดใหญ่อย่างเช่นสหรัฐฯ ซึ่งปล่อยมลพิษมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ยังกำหนดราคาคาร์บอนค่อนข้างต่ำ เช่นรัฐแคลิฟอร์เนียที่กำหนดราคาใบอนุญาตปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยกว่า 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1,100 บาท ต่อตัน 

โดย จอร์เจียวา ระบุว่า อุปสรรคสำคัญคือ ขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับการทำให้การปล่อยมลภาวะเป็นต้นทุนที่ต้องจ่าย โดยเฉพาะในสภาวะปัจจุบันนี้ที่ค่าครองชีพถีบตัวอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว 

สำหรับการกำหนดราคาคาร์บอน  คือ การใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ ที่ส่งผลโดยตรงให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีต้นทุนหรือราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งประกอบด้วยหลากหลายมาตรการ เช่น การซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเก็บภาษีคาร์บอน และการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  

ส่วนความคืบหน้าในการเจรจาให้ชาติร่ำรวยจ่ายเงินชดเชยให้กับประเทศยากจนที่ได้รับผลกระทบจากโลกร้อน นางเออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวยูโรนิวส์ว่า เป็นเรื่องสำคัญมากที่ผู้นำโลกจะต้องมานั่งหารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยนางเออร์ซูลาเองก็รับรู้ถึงความจำเป็นในการแยกองค์ประกอบของ Climate Finance ซึ่งเป็นกลไกในการจัดหาแหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในกิจกรรมด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ยังไม่ได้มีการรับรองไอเดียดังกล่าวอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ที่ผ่านมาประเทศที่มีรายได้ต่ำ ได้โต้แย้งว่าพวกเขาได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น น้ำท่วมรุนแรง และภัยแล้งยาวนานกว่าปกติ แม้ว่าจะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วก็ตาม แต่ถึงแม้จะมีการเรียกร้องเพิ่มขึ้น แต่ประเทศที่ร่ำรวยก็ยังปฏิเสธที่จะมอบเงินใดๆ ในการชดเชยค่าเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากกลัวว่าอาจถูกเรียกร้องทางกฎหมายไม่รู้จบ

 

คอนเทนต์แนะนำ
ไรเดอร์แสบ กรีดรถยนต์เสียหาย 5 คัน
สั่งรอลงอาญา"หมอตำรวจ"เมาแล้วขับชนคนดับ 2 เจ็บ 1

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ