เมื่อวานนี้ระหว่างการแถลงข่าวของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ได้ตอบคำถามนักข่าว หลังถูกถามว่า อีลอน มัสก์ เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่ ซึ่งประธานาธิบดีไบเดน ไม่ได้ตอบตรงๆ และบอกเพียงแค่ว่า หากการเข้าซื้อกิจการบริษัททวิตเตอร์ของอีลอน มัสก์ ได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มบริษัทซาอุดีอาระเบีย ก็ควรได้รับการสอบสวน โดยรัฐบาลสหรัฐฯ
นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐฯ ยังย้ำว่า ความร่วมมือ หรือความสัมพันธ์ใดๆของอีลอน มัสก์ กับประเทศอื่นๆ ก็ควรได้รับการตรวจสอบเช่นเดียวกัน
รัสเซียรักษาชีวิตของกำลังพล ด้วยการถอนกำลังออกจากเมืองเคอร์ซอนในยูเครน
ส่วนความเคลื่อนไหวภายในบริษัททวิตเตอร์ หลังอีลอน มัสก์ เข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ด้วยวงเงินมูลค่า 4 หมื่น 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก็มีการปรับเปลี่ยนยกเครื่องครั้งใหญ่จนสร้างความปั่นป่วนอย่างมาก ล่าสุดอีลอน มักส์ ได้บอกกับผู้ลงโฆษณในทวิตเตอร์ว่า เขาต้องการปิดบัญชีทวิตเตอร์ปลอม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงโฆษณา ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของทวิตเตอร์ เนื่องจากผู้ลงโฆษณาหลายเจ้าหยุดลงโฆษณาชั่วคราว นับตั้งแต่อีลอน มัสก์ เข้าซื้อกิจการ
ทั้งนี้ อีลอน มัสก์ บอกกับผู้ลงโฆษณาว่า เขาตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนทวิตเตอร์ให้เป็นพลังแห่งความจริง และหยุดบัญชีปลอม นอกจากนี้ยังมีการเปิดรับสมัครสมาชิก ทวิตเตอร์บลู ซึ่งมีความโดดเด่น และส่งผลดีต่อผู้ใช้งานทวิตเตอร์ โดยมีการกีดกันผู้ส่งอีเมลขยะ
ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นความความพยายามของอีลอน มัสก์ในการปลอบโยนเอเจนซี่ที่ถอยห่างจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของทวิตเตอร์มากขึ้น หลังก่อนหน้านี้ อีลอน มัสก์ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ระบุว่า ทวิตเตอร์มีรายได้ลดลงอย่างมาก เนื่องจากบรรดานักเคลื่อนไหวกดดันผู้ลงโฆษณาในแพลตฟอร์ม และพยายามทำลายเสรีภาพในการพูด