Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

ชะตากรรมผู้อพยพ ภายใต้รัฐบาลใหม่อิตาลี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เรือกู้ภัย 2 ลำที่บรรทุกผู้อพยพมากกว่า 200 ชีวิตจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนขอจอดเทียบท่าที่เกาะซิซิลีของอิตาลี แต่กลับถูกปฏิเสธภายใต้รัฐบาลของผู้นำคนใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเรือกู้ภัย 2 ลำขององค์กรไม่แสวงผลกำไร โอเชียน ไวกิง เอสโอเอส เมดิเตอร์ราเน (SOS Mediterranée) สัญชาตินอร์เวย์ ซึ่งมีผู้อพยพอยู่มากกว่า 200 คน และ จีโอ เบอร์เรนท์ ขององค์กรการกุศล เอสโอเอส ฮิวแมนนิตี (SOS Charity Humanity) สัญชาติเยอรมนี ซึ่งบรรทุกผู้อพยพอีกประมาณ 180 คน ตามรายงานระบุว่า ผู้อพยพเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากประเทศลิเบียด้วยเรือลำเล็กๆ โดยข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาเพื่อจะไปยังเกาะซิซิลีของอิตาลี

แต่ได้มีเรือกู้ภัยของทั้ง 2 องค์กรไม่แสวงผลกำไรเข้าช่วยเหลือลำเลียงคนไปยังเรือที่ใหญ่กว่า แต่ปรากฎว่าถูกทางการอิตาลีปฏิเสธไม่ให้จอดเทียบท่า ทำให้เรือต้องจอดค้างเติ่งอยู่แบบนั้น

ย้อนกลับไปเมื่อวันอังคารที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีภาพของเรือกู้ภัยโอเชียน ไวกิงที่กำลังส่งมอบเสื้อชูชีพให้แก่ผู้อพยพที่นั่งอยู่ในเรือลำเล็กๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ภาพนี้ถูกบันทึกไว้กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนที่ต่อมาสำนักข่าวรอยเตอร์สจะรายงานว่า เรือ 2 ลำที่เข้าเทียบท่าที่เกาะซิซิลีของอิตาลีเมื่อสุดสัปดาห์ มีแต่ผู้หญิงและเด็กเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าดินแดนอิตาลี ในขณะที่อีกกว่า 250 คนไม่ได้รับอนุญาต

โดย ทีมช่วยเหลือเอสโอเอส ฮิวแมนนิตี้ วัน กล่าวว่าผู้อพยพอยู่ในสภาพหิวโหยเป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเรือของทางองค์กรการกุศลของเยอรมนี มิชชั่น ไลฟ์ไลน์ ที่บรรทุกผู้อพยพมาประมาณ 89 คน ขออนุญาตเข้าจอดที่ท่าเรือเรจจิโอ คาลาเบรียของอิตาลีเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเรือลำนี้ได้รับอนุญาต จึงปรากฏภาพเสียงเฮของ “คนที่ถูกเลือก” เพราะนั่นหมายถึงการรอดชีวิตแล้วนั่นเอง

ในขณะที่เรือลำอื่นๆ ต่อจากนั้นกลับถูกปฏิเสธ ซึ่งทางกลุ่มสิทธิมนุษยนชนได้ออกมาประณามการกระทำของอิตาลีในแถลงการณ์ล่าสุดว่าเป็น “เกมการเมืองที่ไม่สมศักดิ์ศรี” ในขณะที่หน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับผู้อพยพและผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติเรียกร้องให้ทางการอิตาลีรับผู้อพยพที่ยังคงค้างเติ่งอยู่กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนขึ้นฝั่ง โดยให้เหตุผลว่าทุกรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรแสดงความรับผิดชอบ

ทั้งนี้ สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่ามีผู้อพยพ 3 คนกระโดดหนีออกจากเรือระหว่างที่ถูกทางการอิตาลีปฏิเสธจอดเทียบท่า โดยในรายงานระบุว่าพวกเขาได้รับการช่วยเหลือจากตำรวจแต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

การปฏิเสธนี้เป็นผลมาจากมาตรการที่เข้มงวดขึ้นในการรับผู้อพยพเข้าประเทศของนายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ของอิตาลี นางจอร์เจีย เมโลนี ผู้มีแนวคิดขวาจัด ต่อต้านการอพยพนั่นเอง ซึ่งนางเมโลนีได้เคยพูดเอาไว้ตอนช่วงหาเสียงว่าอิตาลีควรมีมาตรการส่งผู้อพยพทุกคนกลับมาตุภูมิและจมเรือทุกลำที่ช่วยเหลือเหล่าผู้อพยพนี้ให้หมด พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่าจะสร้างกฎระเบียบใหม่เพื่อปิดกั้นไม่ให้ผู้อพยพโดยเฉพาะจากแอฟริกาเหนือเข้ามายังเขตแดนของอิตาลี

โดยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น แถลงการณ์ของรัฐบาลภายใต้การบริหารของนางเมโลนีได้ระบุถึงความต้องการจัดการสิ่งที่รัฐบาลชุดก่อนๆ ของประเทศไม่สามารถทำได้ นั่นก็คือการยุติปัญหาการค้ามนุษย์และการเดินทางออกจากประเทศต้นทางมายังอิตาลีโดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ สิ่งนี้สอดคล้องกับที่คำพูดของนายมัตเตโอ ซัลวินี รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยคนเก่า ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม และนายมัตเตโอ ปิแอนเตโดซี รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย 2 บุคคลสำคัญในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ของนางเมโลนี ว่าการกำกับดูแลเรื่องผู้อพยพยังคงเป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ

อย่างไรก็ตาม นายปิแอนเตโดซี กล่าวในช่วงระหว่างการแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องเรือกู้ภัยของเยอรมนีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าที่จริงแล้วควรเป็นความรับผิดชอบของทุกประเทศที่ต้องช่วยกันดูแลเรือของผู้อพยพเวลาแล่นผ่านเข้าไปในเขตแดนของประเทศใด ซึ่งไม่ใช่แค่เฉพาะหน้าที่ของอิตาลีประเทศเดียวเท่านั้น และแน่นอนว่าอิตาลีเองก็ไม่ได้นิ่งเฉยที่จะไม่ช่วยเหลือผู้อพยพเลย เพราะโดยพื้นฐานแล้วก็จะช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางเช่น เด็ก และสตรีมีครรภ์

ครูสาวถูกปลอมเฟซบุ๊กกว่า 200 แอคเคาท์ หลอกหนุ่มเสียหายเป็นร้อยคน

สภาพอากาศวันนี้! ไทยตอนบนร้อนขึ้น เตือน 9 จังหวัดภาคใต้ระวังฝนถล่มหนัก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ