รัฐบาลสเปนประกาศส่งกำลังทหารเข้าประจำการที่เมืองเซวตา (Ceuta) ดินแดนปกครองตนเองของสเปนบนชายฝั่งแอฟริกาเหนือ หลังเกิดเหตุผู้อพยพหลายพันคนหลั่งไหลข้ามพรมแดนจากโมร็อกโกเข้าสู่พื้นที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากความพยายามข้ามแดนอย่างน้อย 15 ราย
การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังทางการเซวตาร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางในกรุงมาดริด เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงเมื่อวันพฤหัสบดี หลังประชาชนจำนวนมากฝ่าแนวป้องกันชายแดนและว่ายน้ำเข้าสู่ดินแดนของสเปน
กระทรวงมหาดไทยของสเปนระบุว่า กองทัพจะเข้ามาสนับสนุน กองกำลังพิทักษ์พลเรือน (Civil Guard) ในการรักษาความปลอดภัย พร้อมประกาศว่า เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน และเฟร์นันโด กรันเด-มาร์ลัสกา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางลงพื้นที่เซวตาวันนี้
เจ้าหน้าที่เผยชายแดน "พังทลายโดยสิ้นเชิง"
ราชิด สบิฮี หัวหน้าสมาคมเจ้าหน้าที่ Civil Guard ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลชายแดนเซวตา กล่าวว่า สถานการณ์อยู่ในภาวะโกลาหลอย่างแท้จริง
เขาระบุว่า ไม่สามารถประเมินจำนวนผู้อพยพได้อย่างแม่นยำ แต่เชื่อว่ามีหลายพันคนข้ามพรมแดน และแนวชายแดนพังทลายโดยสิ้นเชิง
ด้านอัชราฟ ไมมูนี สมาชิกสมาคมสิทธิมนุษยชนโมร็อกโกในภาคเหนือ ระบุว่า จุดผ่านแดน ตาราฆัล (Tarajal) ถูกเปิดภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้ประชาชนจำนวนมากสามารถข้ามเข้าสู่เซวตาได้
ภาพจากพื้นที่แสดงให้เห็นผู้คนจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวโมร็อกโก เดินอ้อมแนวกันคลื่นบริเวณชายหาดตาราฆัลเข้าสู่ถนนในเมือง โดยมีทั้งชายหนุ่ม ครอบครัว ผู้หญิง และเด็กเล็ก บางคนตะโกนว่า "¡Viva España!" หรือ "สเปนจงเจริญ"
จนถึงขณะนี้ ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงเกิดการหลั่งไหลของผู้อพยพครั้งใหญ่เช่นนี้
เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย หลายคนจมน้ำ
ทางการสเปนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างน้อย 15 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่จมน้ำระหว่างพยายามว่ายน้ำเข้าสู่เซวตา นอกจากนี้ ยังมีรายงานพบศพหลายรายลอยอยู่ในทะเล ขณะที่ในปีนี้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนจากความพยายามเดินทางเข้าสู่เซวตา
ผู้อพยพจำนวนมากว่ายน้ำจากเมืองฟนีเดก (Fnideq) ของโมร็อกโก ซึ่งอยู่ห่างจากเซวตาประมาณ 5 กิโลเมตร ขณะที่บางส่วนเลือกออกเดินทางจากเมืองเบลยูเนช (Belyounech) ซึ่งมีระยะทางสั้นกว่า
โมร็อกโก-สเปนร่วมมือส่งตัวผู้อพยพกลับ
กระทรวงมหาดไทยสเปนเปิดเผยว่า รัฐบาลโมร็อกโกกำลังร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการควบคุมสถานการณ์ โดยตำรวจโมร็อกโกสามารถสกัดผู้ที่พยายามข้ามแดนได้เป็นจำนวนมาก
ทั้งสองประเทศยังตกลงที่จะร่วมกันดำเนินการส่งตัวผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองเซวตาอย่างผิดกฎหมายกลับประเทศโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสเปนปฏิเสธข้อเรียกร้องของทางการเซวตาที่ต้องการให้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยให้เหตุผลว่า กฎหมายปัจจุบันไม่ได้กำหนดให้การหลั่งไหลของผู้อพยพเป็นเงื่อนไขในการประกาศภาวะฉุกเฉินระดับประเทศ
ศูนย์ผู้อพยพล้น ยังมีคนรอข้ามแดนเพียบ
สำนักข่าว AFP รายงานว่า พบผู้ใหญ่และเด็กจำนวนมากเดินเข้าสู่เมืองเซวตาหลังว่ายน้ำข้ามทะเลมา โดยบริเวณชายหาดมีห่วงยาง เสื้อผ้า และสิ่งของต่าง ๆ ถูกทิ้งไว้จำนวนมาก ขณะเดียวกัน ที่ฝั่งเมืองฟนีเดก ยังมีประชาชนหลายร้อยคน รวมถึงเด็ก ๆ รวมตัวอยู่ใกล้ชายแดนเพื่อรอโอกาสเดินทางเข้าสู่เซวตา
ชายหนุ่มรายหนึ่งจากเมืองแทนเจียร์บอกกับ AFP ว่า เขาเดินทางมาเพราะได้ยินข่าวว่า "ชายแดนเปิดแล้ว"
ภายในเมืองเซวตา ผู้อพยพบางส่วนเดินไปตามท้องถนน พร้อมตะโกนว่า "ลาก่อนโมร็อกโก สวัสดีสเปน" และกล่าวขอบคุณตำรวจสเปน ขณะที่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่พยายามอำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางไปยังศูนย์รองรับผู้อพยพ
อย่างไรก็ตาม ฮวน บีบัส (Juan Vivas) ผู้นำรัฐบาลท้องถิ่นเซวตา เปิดเผยว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีผู้อพยพเดินทางเข้าพื้นที่ทางทะเลแล้วประมาณ 1,500 คน และศูนย์รองรับมีผู้เข้าใช้บริการเกินขีดความสามารถ หลังมีผู้เดินทางเข้ามามากกว่า 200 คนต่อวัน
สำหรับเซวตาและเมลียา เป็นดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ และถือเป็น พรมแดนทางบกเพียงสองแห่งระหว่างสหภาพยุโรปกับทวีปแอฟริกา ทำให้ทั้งสองพื้นที่เป็นจุดหมายสำคัญของผู้อพยพที่พยายามเดินทางเข้าสู่ยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง