รัฐสภาเมียนมาผ่านกฎหมายต่อต้านสแกมเมอร์ออนไลน์ โดยมีเนื้อหาระบุถึงบทลงโทษตั้งแต่การปรับ การจำคุก ไปจนถึง "ประหารชีวิต" ผู้กระทำผิดตามกฎหมายนี้
การก่ออาชญากรรมทางออนไลน์จะมีโทษจำคุก 10 ปี รวมถึงการปรับเงิน หากมีการใช้ความรุนแรง ทรมาน กักขังหน่วงเหนี่ยวโดยผิดกฎหมาย หรือปฏิบัติอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน เพื่อบีบบังคับให้บุคคลกระทำการหลอกลวงทางออนไลน์ หากเป็นเหตุให้บุคคลเสียชีวิต จะมีโทษประหารชีวิต
ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเมียนมาได้ออกมายืนยันว่า มีการบรรจุโทษประหารชีวิตไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้ จนถึงร่างที่จะได้รับการลงนามในอนาคต
นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิตต่อเจ้าของศูนย์สแกมเมอร์ หรือผู้กระทำการหลอกลวงเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล
กฎหมายต่อต้านสแกมเมอร์นี้กลายเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ผ่านสภาภายใต้รัฐบาลใหม่ของมิน อ่อง หล่าย ภายหลังขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาในโควตากองทัพเมียนมา และพรรคทหารในรัฐสภาที่ครองเสียงข้างมากอยู่
ภายใต้แรงกดดันจากชาติตะวันตกและจีนในประเด็นสแกมเมอร์ ทำให้รัฐบาลมิน อ่อง หล่าย ที่มาจากการเลือกตั้งที่สกปรก ต้องดำเนินการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตนเอง และสร้างการยอมรับจากนานาชาติด้วยการปราบปรามสแกมเมอร์
ศูนย์สแกมเมอร์ต่าง ๆ ผุดขึ้นในเมียนมาภายหลังการรัฐประหารในปี 2021 และประเทศเข้าสู่ภาวะสงครามกลางเมือง ธุรกิจผิดกฎหมายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์นี้ดึงดูดพนักงานจำนวนมากที่เต็มใจเข้ามาทำงาน แต่มีรายงานว่าพนักงานเหล่านั้นถูกเจ้าของศูนย์สแกมเมอร์ทรมาน รวมถึงมีการค้ามนุษย์จากศูนย์สแกมเมอร์แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งด้วย