วันที่ 2 ก.พ. CCTV ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ รายงานว่า จีนได้ประหารชีวิตสมาชิก 4 คนของ “ตระกูลไป๋” ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลมาเฟียซึ่งดำเนินธุรกิจสแกมเมอร์ในเมียนมา
โดยสมาชิกและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 21 คนของตระกูลไป๋ถูกศาลในมณฑลกวางตุ้งตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฉ้อโกง ฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย และอาชญากรรมอื่น ๆ
เมื่อเดือน พ.ย. 2025 ศาลได้ตัดสินประหารชีวิต 5 คนในจำนวนนี้ แต่ ไป๋ ซั่วเฉิง หัวหน้าตระกูล เสียชีวิตด้วยโรคร้ายหลังถูกตัดสิน ทำให้เหลือคนที่ถูกประหารชีวิตเพียง 4 คน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีนเพิ่งประหารชีวิตสมาชิก 11 คนของ “ตระกูลหมิง” อีกหนึ่งแก๊งที่ดูแลสแกมเมอร์ในเมียนมา
เป็นเวลาหลายปีที่ตระกูลไป๋ หมิง และตระกูลอื่น ๆ ปกครองเมืองเล่าก์ก่าย ใกล้ชายแดนจีน ซึ่งพวกเขาดำเนินธุรกิจกาสิโน สถานบันเทิง และการฉ้อโกงทางไซเบอร์
ในบรรดาตระกูลต่าง ๆ ตระกูลไป๋ถือเป็น “อันดับหนึ่ง”
ทางการระบุว่า ตระกูลไป๋ซึ่งควบคุมกองกำลังติดอาวุธของตนเอง ได้จัดตั้งสถานที่ 41 แห่งเพื่อเป็นแหล่งทำการค้าผิดกฎหมายทางไซเบอร์และบ่อนการพนัน ภายในสถานที่เหล่านั้นมีการใช้ความรุนแรง การทุบตีและการทรมานเป็นเรื่องปกติ
ศาลกล่าวว่า กิจกรรมทางอาชญากรรมของตระกูลไป๋นำไปสู่การเสียชีวิตของพลเมืองชาวจีน 6 คน การฆ่าตัวตาย 1 คน และผู้บาดเจ็บอีกหลายราย
ตระกูลไป๋ขึ้นสู่อำนาจในเมืองเล่าก์ก่ายในช่วงต้นทศวรรษ 2000 หลังจากที่ผู้นำกองกำลังติดอาวุธของเมืองถูกโค่นล้มในการปฏิบัติการทางทหารที่นำโดย มิน อ่อง หล่าย ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา
ผู้นำทางทหารกำลังมองหาพันธมิตรที่ให้ความร่วมมือ และ ไป๋ ซั่วเฉิง ซึ่งในขณะนั้นเป็นรองผู้นำกองกำลังติดอาวุธ ก็ตรงตามคุณสมบัติที่ต้องการ
แต่จักรวรรดิของตระกูลเหล่านี้ล่มสลายในปี 2023 เมื่อจีนเริ่มไม่พอใจกับการที่กองทัพเมียนมาไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อสแกมเมอร์ และให้การสนับสนุนอย่างเงียบ ๆ แก่กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนในสงครามกลางเมืองของเมียนมา
เหตุการณ์นั้นนำไปสู่การจับกุมแก๊งมาเฟีย และสมาชิกของพวกเขาถูกส่งตัวให้จีน
จากการประหารชีวิตครั้งล่าสุดนี้ จีนดูเหมือนจะส่งสัญญาณป้องปรามไปยังผู้ที่คิดจะฉ้อโกง
เรียบเรียงจาก BBC