คงไม่มีใครแปลกใจที่จีนได้ประหารชีวิตสมาชิก 11 คนของ “ตระกูลหมิง” ซึ่งดำเนินธุรกิจสแกมเมอร์ในเมียนมา เพราะนั่นแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายของจีน
อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่า กระบวนการที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วมาก จากการจับกุมในช่วงปี 2023 ตัดสินประหารชีวิตในเดือน ก.ย. 2025 และลงมือประหารในเดือน ม.ค. 2026 จนเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมทางการจีนจึงเด็ดขาดฉับไวขนาดนี้
กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า จีนประหารชีวิตผู้คนมากกว่าที่ใดในโลก – แต่ตัวเลขที่แน่ชัดเป็นความลับของรัฐ เจ้าหน้าที่มักถูกประหารชีวิตในข้อหาคอร์รัปชัน แต่ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นกับตระกูลหมิงนั้นร้ายแรงกว่ามาก
ที่เมืองเล่าก์ก่าย รัฐฉาน ใกล้ชายแดนจีน มีชาวจีน 4 ตระกูลใหญ่ที่เข้าไปควบคุม คือ ตระกูลหมิง เปา เว่ย และหลิว
พวกเขาเรืองอำนาจและอิธิพลหลังจาก พลเอก มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารขับไล่กองทัพชาติพันธุ์ MNDAA ซึ่งครอบครองเล่าก์ก่ายและพื้นที่โดยรอบมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980
4 ตระกูลดังกล่าวได้เข้าครอบครองพื้นที่และเริ่มเปลี่ยนจากการพึ่งพาการผลิตฝิ่นและยาบ้าแบบเดิม ไปสู่เศรษฐกิจใหม่ที่อิงกับกาสิโน และในที่สุดก็พัฒนามาเป็นการฉ้อโกงออนไลน์หรือสแกมเมอร์
พวกเขายังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพเมียนมา โดยในเดือน ธ.ค. 2021 มิน อ่อง หล่าย ได้จัดงานเฉลิมฉลองให้กับ หลิว เจิ้งเซียง หัวหน้าตระกูลหลิว และมอบตำแหน่งเกียรติยศให้แก่เขาในฐานะ “ผู้มีส่วนร่วมอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ”
นอกจากนี้ สมาชิกคนอื่น ๆ ใน 4 ตระกูลนี้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค USDP ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ
แรงงานชาวจีนหลายหมื่นคนถูกล่อลวงไปยังเล่าก์ก่ายด้วยคำสัญญาว่าจะได้งานที่มีค่าตอบแทนดี แต่กลับพบว่าตัวเองถูกกักขังอยู่ในค่ายเหล่านั้น พวกเขาถูกบังคับให้ทำธุรกิจหลอกลวง โดยเหยื่อส่วนใหญ่ก็เป็นชาวจีนเช่นกัน
ฐานสแกมเมอร์ที่เลวร้ายที่สุดในเล่าก์ก่ายคือมีชื่อว่า “วิลลาพยัคฆ์ซุ่ม” (Crouching Tiger Villa) ซึ่งบริหารโดยตระกูลหมิง
ในปี 2023 มีข่าวใหญ่ เมื่อยามเฝ้าฐานสแกมเมอร์ได้สังหารชาวจีนหลายคน ทางการจีนจึงรู้สึกว่าจำเป็นต้องดำเนินการแล้ว และ
ด้วยการสนับสนุนอย่างชัดเจนจากจีน กลุ่ม MNDAA และพันธมิตรได้โจมตีและยึดเล่าก์คืน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีต่อกองทัพเมียนมาร์ในสงครามกลางเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ MNDAA ให้คำมั่นว่าจะกำจัดธุรกิจหลอกลวงนี้ให้หมดสิ้น
พวกเขาจับกุมหัวหน้าทั้ง 4 ตระกูลทั้งสี่ และส่งตัวญาติและผู้เกี่ยวข้องอีกกว่า 60 คน ให้แก่ตำรวจจีน ทางการระบุว่า หมิง เสวี่ยฉาง หัวหน้าตระกูลหมิง ได้ฆ่าตัวตายหลังจากถูกจับกุม
ระหว่างการสอบสวนโดยตำรวจจีน สมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวได้สารภาพว่าเคยฆ่าคนโดยสุ่มเลือกเพียงเพื่อแสดงอำนาจของตน
รายละเอียดเหล่านี้ถูกเปิดเผยโดยจีนเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการลงโทษครอบครัวเหล่านี้อย่างรุนแรง สมาชิกครอบครัวเปา 5 คนกำลังรอการประหารชีวิต ขณะที่การพิจารณาคดีของครอบครัวเว่ยและหลิวยังไม่เสร็จสิ้น
การดำเนินการที่รวดเร็วของจีนคาดว่าเป็นเพราะทางการจีนมองว่า การกระทำที่ผิดกฎหมายของ 4 ตระกูลใกล้ตัวจีนมากเกินไป นำมาสู่การดำเนินการที่เด็ดขาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา
จีนยังได้กดดันให้ไทยและกัมพูชาส่งตัวนักธุรกิจชาวจีนสองคนที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินธุรกิจฉ้อโกง คือ เสอ จื้อเจียง ผู้เปลี่ยนชเวก๊กโกในรัฐกะเหรี่ยงให้เป็นดินแดนสีเทา และเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ปในกัมพูชา รัฐบาลจีนยังได้นำตัวพลเมืองชาวจีนหลายหมื่นคนที่ทำงานอยู่ในแหล่งฉ้อโกงกลับไปยังประเทศจีนเพื่อขึ้นศาล
อย่างไรก็ตาม อาณาจักรสแกมเมอร์ได้ปรับตัวและพัฒนาไปแล้ว โดยยังคงเชื่อกันว่าเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา แม้ว่าจีนและสหรัฐฯ จะกดดันรัฐบาลกัมพูชาให้ปิดธุรกิจนี้ลงก็ตาม และธุรกิจนี้ยังคงขยายไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ ในเมียนมาด้วยเช่นกัน
เรียบเรียงจาก BBC