สำนักข่าว "เยรูซาเลม โพสต์" ของอิสราเอล รายงานโดยอ้างแถลงการณ์จากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน หรือ IRGC ที่เปิดเผยว่า เมื่อช่วงรุ่งสางของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กองทัพอากาศได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศ "อัล อัซรัก" (Al Azraq Air Base) ซึ่งเป็นที่ตั้งทางทหารของสหรัฐฯ ในประเทศจอร์แดน โดยมีเป้าหมายคือลานจอดและโรงซ่อมบำรุงเครื่องบิน
แถลงการณ์ของ IRGC อ้างว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นสามารถทำลายเครื่องบินขับไล่ F-35 จำนวน 3 ลำ และสร้างความเสียหายให้กับเครื่องบินลำอื่น ๆ อีก 3 ลำ
นอกจากนี้ ยังมีทหารอเมริกันและช่างเทคนิคของกองทัพเสียชีวิตอีกหลายคนจากปฏิบัติการเมื่อวานนี้ ซึ่ง IRGC ย้ำว่า เป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ที่ใช้พื้นที่ในจอร์แดนเพื่อส่งระเบิดทะลวงบังเกอร์ (bunker-buster bombs) โจมตีอาคารที่พักอาศัย 2 แห่ง บริเวณเกาะเกชม์ (Qeshm Island) เป็นเหตุให้มีพ่อ แม่ และลูก เสียชีวิต 3 คน และเด็ก ๆ อีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ
ขณะเดียวกัน IRGC ยังเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ได้โจมตีฐานทัพอากาศ "อาลี อัล ซาเลม" (Ali Al Salem Air Base) ในคูเวต โดยสามารถทำลายโรงซ่อมบำรุงโดรน 2 แห่ง และถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ
เช่นเดียวกับที่บาห์เรน IRGC ระบุว่า ได้โจมตีฐานทัพอากาศ "ชีค อิซา" (Sheikh Isa Air Base) โดยใช้โดรนพลีชีพพุ่งชนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ระบบนำทาง อาคารธุรการ และส่วนสนับสนุนของกองทัพสหรัฐฯ
แถลงการณ์ของ IRGC ให้เหตุผลของการโจมตีฐานทัพในบาห์เรนว่า เป็นการตอบโต้การสังหารนักบินเครื่องบินรบ ซู-24 (Su-24) ของอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
อีกความเคลื่อนไหวสำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ คือการประกาศจัดตั้งกองกำลังผสมนานาชาติ 14 ประเทศ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือในช่องแคบบับ-อัลมันเดบ ทะเลแดง และอ่าวเอเดน
แผนการดังกล่าวผลักดันโดยซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแกนนำของกองกำลังผสมชุดนี้ด้วย
โดย 13 ประเทศที่ประกาศเข้าร่วมจัดตั้งกองกำลังผสมร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ประกอบด้วย ตุรกี คูเวต บาห์เรน กาตาร์ จอร์แดน อียิปต์ ปากีสถาน จิบูตี โซมาเลีย บังกลาเทศ เยเมน และโคโมโรส
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า ยังเปิดรับประเทศอื่น ๆ ที่สนใจเข้าร่วมกองกำลังผสมนานาชาติดังกล่าว