กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านหรือไออาร์จีซี (IRGC) ขู่จะถล่มเป้าหมายของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย หากสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของเตหะรานอีก ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มีขึ้นขณะที่วอชิงตันกำลังรอคำตอบจากอิหร่านเกี่ยวกับเงื่อนไขล่าสุดของข้อเสนอในการเจรจายุติสงครามที่เริ่มต้นขึ้นจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
แถลงการณ์ของไออาร์จีซี ระบุว่า การโจมตีใด ๆ ต่อเรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์ของอิหร่านจะนำไปสู่การโจมตีอย่างหนักหน่วงต่อหนึ่งในศูนย์ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในภูมิภาค รวมถึง เรือของศัตรู เพียง 1 วันหลังจากที่กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำของอิหร่านในอ่าวโอมาน จนสิ้นสภาพ โดยระบุว่า เรือทั้ง 2 ลำ ท้าทายการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ
ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธ โดรนและส่งเรือเล็กเข้าโจมตีเรือพิฆาต 3 ลำของสหรัฐฯ แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย ก่อนทั้ง 2 ฝ่ายจะออกมาระบุว่า สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติในเวลาต่อมา
ด้าน “อับบาส อารักชี” รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านหารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี ได้ตั้งคำถามถึงความจริงใจของสหรัฐฯ ว่า การยกระดับความตึงเครียดระลอกล่าสุดของกองกำลังอเมริกันในอ่าวเปอร์เซียและการกระทำหลายครั้งที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เพิ่มความสงสัยถึงแรงจูงใจและความจริงจังของฝ่ายสหรัฐฯ ในการแก้ปัญหาด้วยแนวทางทางการทูต
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ส่งข้อเสนอผ่านปากีสถาน เพื่อขยายข้อตกลงหยุดยิงและเปิดทางให้เกิดการเจรจายุติสงครามในตะวันออกกลางอย่างเป็นทางการ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ว่า คาดว่าจะได้รับคำตอบของอิหร่านในเร็ว ๆ นี้
แม้มีรายงานว่า เตหะรานอาจมอบคำตอบผ่านคนกลางในการไกล่เกลี่ย อย่าง ปากีสถาน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการส่งสัญญาณใด ๆ ต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยในวันเดียวกันว่า กำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ
ขณะเดียวกันความขัดแย้งในแนวรบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังตึงเครียด โดยกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 39 คนจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน เฉพาะเมืองซัคซากีเยห์ (Saksakiyeh) เพียงแห่งเดียว มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน รวมถึงเด็ก 1 คน และมีผู้บาดเจ็บ 15 คน เป็นเด็ก 3 คน
ขณะที่กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอลหรือไอดีเอฟ (IDF) ระบุว่า เป้าหมายของการโจมตีคือสมาชิกของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ปฏิบัติการ อยู่ภายในอาคารซึ่งใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารพร้อมเสริมว่า ได้รับรายงานเรื่องการได้รับอันตรายของพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องและกำลังตรวจสอบเหตุการณ์นี้อยู่ ในเวลาเดียวกัน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ส่งโดรนโจมตีทางตอนเหนือของอิสราเอล ซึ่งทำให้ทหารอิสราเอลบาดเจ็บ 3 นาย ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ยังยิงตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ "ทรัมป์" ประกาศข้อตกลงหยุดยิงระหว่างรัฐบาลอิสราเอลและเลบานอน เมื่อวันที่ 16 เมษายน