ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวในวิดีโอแถลงประจำวันวานนี้ (12 พ.ย.) ว่ากองทัพรัสเซียทำลายโครงสร้างพื้นฐานในเมืองเคอร์ซอน ก่อนถอนกำลังออกไป ขณะที่จนถึงขณะนี้ ทหารยูเครนได้เข้าควบคุมพื้นที่ชุมชนในภูมิภาคเคอร์ซอนแล้วมากกว่า 60 แห่ง รวมถึงจัดการกับกับระเบิด และกระสุนปืนใหญ่ที่ด้านแล้วเกือบ 2,000 ลูก
วิดีโอล่าสุดที่เผยแพร่โดยสื่อรัสเซียเมื่อวานนี้ เผยให้เห็นการระเบิดที่เขื่อน “โนวา คาคอฟกา” (Nova Kakhovka) ซึ่งเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ที่สร้างกั้นแม่น้ำดนีโปรในภูมิภาคเคอร์ซอน
หลังจากก่อนหน้านี้ บริษัท แม็กซาร์ เทคโนโลยี ของสหรัฐฯ ได้เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงร่องรอยความเสียหายใหม่
ที่ผ่านมา ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าวางแผนระเบิดเขื่อนโนวา คาคอฟกา เพื่อให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในภูมิภาคเคอร์ซอน
ด้านผู้ช่วยนายกเทศมนตรีเมืองเคอร์ซอนระบุว่า เคอร์ซอน ขาดแคลนน้ำประปา ยา และอาหาร แต่เสบียงฉุกเฉินกำลังถูกส่งเข้ามาจากเมืองมิโคลาเยฟ (Mykolaiv) ที่อยู่ใกล้กัน โดยขณะนี้ มีประชาชนอาศัยอยู่ในเมืองเคอร์ซอนราว 7 หมื่น ถึง 8 หมื่นคน จากช่วงก่อนสงครามที่มีประชากร 3 แสน 2 หมื่นคน
ทั้งนี้ ยังคงไม่ทราบแน่ชัดว่าเมืองเคอร์ซอนจะกลับมามีไฟฟ้าใช้เมื่อใด ซึ่งการตัดไฟนี้ทำให้ร้านเบเกอรี่ในเมืองไม่สามารถผลิตขนมปังได้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าพื้นที่ใกล้เคียงจะกลับมาใช้ไฟฟ้าได้ภายในไม่กี่วันนี้
ขณะเดียวกัน ภาพของประชาชนที่ออกมาแสดงความยินดีและให้การต้อนรับทหารยูเครนที่เข้ามาควบคุมพื้นที่ หลังทหารรัสเซียถอนกำลังออกไป ยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยนี่เป็นภาพล่าสุดจากเมืองเคอร์ซอนที่กองทัพยูเครนเผยแพร่ออกมาเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ภาพบรรยากาศที่น่ายินดีคล้ายๆ กันนี้ ยังเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศยูเครน รวมถึงกรุงเคียฟ เมืองหลวง และเมืองโอเดซาด้วย
นายยาโรสลาฟ ยานูเชวิช หัวหน้าฝ่ายบริหารภูมิภาคเคอร์ซอน โพสต์คลิปผ่านเทเลแกรมกล่าวทักทายชาวยูเครน และขอบคุณกองทัพจากใจกลางเมืองเคอร์ซอน โดยมีประชาชนรวมตัวและโห่ร้องเฉลิมฉลองกันอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับประกาศมาตรการเคอร์ฟิว และระบุว่าทางการกำลังทำทุกอย่าง เพื่อคืนชีวิตปกติกลับสู่เมืองและภูมิภาคเคอร์ซอนทั้งหมด
การถอนกำลังครั้งนี้ เป็นการล่าถอยครั้งใหญ่ครั้งที่สามของรัสเซีย และเป็นครั้งแรกที่เป็นการถอนกำลังจากเมืองขนาดใหญ่ ขณะที่ยูเครนกลับมายึดคืนพื้นที่ทางตะวันตกและทางใต้ของประเทศได้
โดยนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ได้กล่าวว่าเป็นชัยชนะน่ามหัศจรรย์ เป็นช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งเกิดขึ้นจากการยืนหยัดต่อสู้และความสามารถของชาวยูเครน รวมกับการสนับสนุนที่เป็นหนึ่งเดียวและต่อเนื่องจากสหรัฐอเมริกาและพันธมิตร
อย่างไรก็ตาม นายดิมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ระบุว่า แม้ว่ายูเครนกำลังชนะการสู้รบในพื้นที่ แต่สงครามยังดำเนินต่อไป โดยรัสเซียยังคงเคลื่อนกำลังทหารเกณฑ์ และนำอาวุธเข้ามาในยูเครนมากขึ้น
ทั้งนี้ เสนาธิการกองทัพยูเครนระบุว่า พื้นที่ราว 70 เปอร์เซ็นต์ของภูมิภาคเคอร์ซอนยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย โดยทหารรัสเซียได้ย้ายไปเสริมกำลังแนวรบบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำดนีเปอร์ ขณะที่รัสเซียได้ตั้งเมืองเฮนิเชสค์ (Henichesk) เป็นเมืองหลวงชั่วคราว หลังจากถอนกำลังออกจากเมืองเคอร์ซอน
แม้ว่าจะต้องล่าถอยครั้งใหญ่ รัสเซียย้ำว่า เคอร์ซอนยังคงเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และรัสเซียไม่เคยเสียใจที่ผนวกภูมิภาคเคอร์ซอนทั้งหมด
สำหรับเมืองเคอร์ซอน และภูมิภาคเคอร์ซอนเป็นหนึ่งใน 4 ดินแดนยูเครนที่ถูกรัสเซียประกาศเป็นส่วนหนึ่งของประเทศตนเองเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นอกเหนือจาก ซาโปริซเซีย ลูฮันสค์ และ โดเน็ตสก์
โดยเมืองเคอร์ซอน เป็นเมืองใหญ่แห่งแรกที่ยูเครนสูญเสียให้กับรัสเซียเมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งความสำคัญของเคอร์ซอนคือการเป็นดินแดนที่เชื่อมต่อกับภูมิภาคไครเมีย ซึ่งเป็นดินแดนคาบสมุทรในทะเลดำที่รัสเซียยึดมาจากยูเครนตั้งแต่ปี 2014 ทำให้ภูมิภาคนี้เป็นเป้าหมายลำดับต้นๆที่กองทัพยูเครนพยายามยึดคืนมาให้ได้เพื่อตัดขาดการส่งกำลังบำรุงกองทัพรัสเซียไปยังการสู้รบในภูมิภาคอื่นๆ