มาเลเซียเกิดภาวะ “สภาแขวน” ไม่มีพรรคการเมืองใดชนะการเลือกตั้ง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

มาเลเซียเกิดภาวะ “สภาแขวน” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ หลังไม่มีพรรคการเมืองใดชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงเกินครึ่ง

ผลการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมาเลเซียประกาศเมื่อเวลา 05.00 น. วันนี้ (04.00 น. เวลาประเทศไทย) แสดงให้เห็นว่า กลุ่มพันธมิตรแห่งความหวัง หรือ ปากาตัน ฮาราปัน (Pakatan Harapan) หรือ PH นำโดยนายอันวาร์ อิบราฮิม ได้ที่นั่งในสภาไป 82 ที่นั่ง จากทั้งหมด 222 ที่นั่ง ขณะที่กลุ่มพันธมิตรแห่งชาติ หรือ เปริกาตัน เนชันแนล (Perikatan Nasional) ของอดีตนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ตามหลังมาด้วยจำนวนเก้าอี้ 73 ที่นั่ง

ส่วนกลุ่มแนวร่วมแห่งชาติ หรือ บาริซัน เนชันแนล (Barisan Nasional) ของนายอิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งมีพรรคการเมืองหลักคือ พรรคอัมโน (UMNO) คว้าที่นั่งมาได้เพียง 30 ที่นั่ง แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะชี้ว่าไม่มีพรรคใดได้คะแนนเสียงเกินครึ่ง แต่สองผู้สมัครที่มีคะแนนนำต่างก็ประกาศว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะ 

ทั้งนายอันวาร์ และนายมูห์ยิดดินอ้างว่า แนวร่วมของตนมีเสียงสนับสนุนมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล แม้ว่าจะไม่ได้เปิดเผยว่าได้จับมือกับพรรคใดแล้วบ้าง จากผลการเลือกตั้งที่ไม่มีผู้ชนะเด็ดขาด มาเลเซียอาจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองต่อไป ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยในช่วงสามปีที่ผ่านมา มาเลเซียเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีไปแล้วถึง 3 คน

ในบรรดาผู้พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่ฮือฮาและสร้างความประหลาดใจที่สุดคือ อดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด วัย 97 ปี ที่ “สอบตก” เป็นครั้งแรกในรอบ 53 ปี  โดยทำได้เพียงอันดับ 4 ในการเลือกตั้งในเขตเกาะลังกาวี ซึ่งมีผู้ชิงชัยทั้งหมด 5 คน 

มหาเธร์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นเวลา 22 ปี ตั้งแต่ปี 1981 จนถึงปี 2003 ก่อนจะหวนกลับสู่เวทีการเมืองและเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในปี 2018 หลังรัฐบาลของนายนาจิบ ราซัค ซึ่งเป็นทายาทการเมืองของตน เผชิญกับกรณีอื้อฉาวจากคดี 1MDB  และได้รับการบันทึกสถิติจากกินเนสเวิร์ลด์เรคคอร์ดว่าเป็น “นายกรัฐมนตรีที่อายุมากที่สุดระหว่างดำรงตำแหน่ง”  ด้วยอายุย่าง 93 ปีในขณะนั้น  

ในคราวนั้นมหาเธร์ให้สัญญาว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีแค่ 2 ปี แต่ก็ไม่ทำตามสัญญา ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งภายในกลุ่มอย่างหนัก มหาเธร์ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ในปี 2020

ทั้งนี้ มหาเธร์ ระบุว่า พรรคของตนจะไม่เป็นแนวร่วมกับพรรคที่นำโดยคนโกงหรือคนที่ติดคุก ซึ่งเป็นการพาดพิงอย่างชัดเจนถึงพรรคอัมโนของอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ที่ปัจจุบันรับโทษจำคุกอยู่

สำหรับแนวร่วมเปริกาตัน เนชันแนล ของนายมูห์ยิดดิน ซึ่งประกอบด้วยพรรคอนุรักษ์นิยมที่เน้นชาวมาเลย์ และพรรคอิสลามที่ชูกฎหมายอิสลาม ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ เชื้อชาติและศาสนาเป็นประเด็นที่มีผู้เห็นต่างกันมากในมาเลเซีย ที่ซึ่งประชากรเชื้อชาติมาเลย์และชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ ขณะที่กลุ่มคนที่มีเชื้อสายจีนและอินเดียเป็นชนกลุ่มน้อย

แนวร่วมเปริกาตัน เนชันแนล ของนายมูห์ยิดดินเป็นพรรคร่วมขนาดเล็กในรัฐบาลผสมชุดปัจจุบันของนายกฯ อิสมาอิล โดยทั้งสองอาจจับมือกันอีกครั้งเพื่อสกัดนายอันวาร์ก็ได้
สำหรับนายอันวาร์ หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะถือว่าเป็นการปิดฉากการเดินทางที่น่าทึ่ง ซึ่งในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา เขาได้ผ่านทั้งจุดที่รุ่งเรืองและตกต่ำ จากที่เคยเป็นผู้ถูกวางตัวให้เป็นนายกรัฐมนตรี และผ่านการถูกจำคุกในคดีรักร่วมเพศและคดีทุจริต ก่อนจะมาเป็นแกนนำฝ่ายค้านในปัจจุบัน 

ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิมากที่สุด โดยข้อมูลจากคณะกรรมการเลือกตั้ง ณ เวลา 16.00 น. วานนี้ ระบุว่า มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างน้อย 70 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 21.1 ล้านคน 

แม้ว่าผู้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งก่อนจะมีสัดส่วนมากกว่าคือ 82 เปอร์เซ็นต์ แต่จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้เพิ่มขึ้นกว่าครั้งก่อนมาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี ใช้สิทธิเลือกตั้งได้  

จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 21.1 ล้านคน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกอายุระหว่าง 18-21 ปี ราว 1 ล้าน 4 แสนคน 

ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหลายคนรู้สึกเหนื่อยล้ากับความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งพวกเขามองว่า ทำให้นักการเมืองไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

“สี จิ้นผิง” ชมไทยแก้โควิด-19ได้ดี พร้อมร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย - จีน

ประกาศฉบับที่ 4 ฝนตกหนัก เช็กที่นี่! พื้นที่เสี่ยงตกหนัก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

THAI FIGHT LEAGUE

THAI FIGHT LEAGUE

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ