รัสเซีย-ยูเครน ปะทะเดือด หวั่นซ้ำรอยวิกฤตนิวเคลียร์


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามในยูเครนดำเนินมาเกือบ 9 เดือนแล้ว หลังจากที่ยูเครนยึดพื้นที่ทางปีกตะวันตกของแคว้นเคอร์ซอนคืนมาได้ ตอนนี้แนวรบที่สำคัญระหว่างทั้งสองฝ่ายถูกย้ายไปอยู่บริเวณภูมิภาคดอนบาส นอกจากภูมิภาคดอนบาส อีกหนึ่งแนวรบที่หลายฝ่ายกำลังกังวลคือ แนวรบบริเวณแคว้นซาโปริซเซีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป หลังมีรายงานว่าเกิดการโจมตีอย่างหนักใกล้พื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย ซึ่งรัสเซียอ้างกรรมสิทธิ์ในการครอบครอง

วานนี้ 20 พ.ย. อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กองทัพยูเครนได้ยิงกระสุนปืนใหญ่ราว 11 นัดโจมตีพื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย และ โจมตีโรงไฟฟ้าแห่งนี้อีกครั้งด้วยกระสุนปืนใหญ่ประมาณ 14 นัดในช่วงเช้าวันอาทิตย์

กระสุนส่วนใหญ่ไปตกในพื้นที่สำคัญๆ ของโรงไฟฟ้า รวมถึงระบบสายส่งพลังงานด้วย 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงงานปรมาณูระหว่างประเทศหรือ IAEA ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการเล่นกับไฟ

อกสั่นขวัญแขวน! เกิดระเบิดใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยูเครนหลายครั้ง

รัสเซีย ถล่มยูเครนด้วยขีปนาวุธมากเป็นประวัติการณ์

ผู้อำนวยการ IAEA กล่าวว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลักของโรงไฟฟ้าเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ และไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้ จะต้องหยุดพฤติกรรมดังกล่าวทันที

นอกจากนี้ เขายังได้ยืนยันว่าทีมของ IAEA จะลงไปตรวจสอบและประเมินความเสียหายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในวันนี้

อย่างไรก็ดี ทางฝั่งยูเครนยังไม่ได้ออกมาชี้แจงในประเด็นนี้ โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดของผู้นำยูเครนที่ออกมาเมื่อวานนี้ระบุเพียงว่า ตอนนี้ทางฝั่งยูเครนโดนรัสเซียกระหน่ำโจมตีอย่างหนักด้วยกระสุนปืนใหญ่

เมื่อวานนี้ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครนได้รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า ตอนนี้การสู้รบทางภาคตะวันออกของยูเครนยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในแคว้นโดเนตสก์

ผู้นำยูเครนระบุว่า เมื่อวานนี้การสู้รบถือว่าเบาลงกว่าปกติ เนื่องจากสภาพอากาศในฤดูหนาว แต่ตัวเลขของการโจมตีจากฝั่งรัสเซียก็ยังถือว่ารุนแรงมาก เฉพาะแค่ช่วงเช้าของเมื่อวานนี้ รัสเซียได้เปิดฉากโจมตียูเครนด้วยกระสุนปืนใหญ่ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 400 นัด

จะเห็นได้ชัดว่าในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา รัสเซียใช้วิธีโจมตีทางอากาศต่อยูเครนหนักขึ้น หลังจากที่ฝั่งรัสเซียสูญเสียกำลังทางภาคพื้นดินจำนวนมาก

สาเหตุที่รัสเซียเปลี่ยนมาใช้วิธีการโจมตีทางอากาศมากขึ้นเป็นเพราะทางฝั่งรัสเซียเข้าใจข้อจำกัดของฝั่งยูเครนเป็นอย่างดี โดยข้อจำกัดดังกล่าวคือ การขาดแคลนระบบป้องกันขีปนาวุธ ซึ่งนี่เป็นจุดอ่อนสำคัญของยูเครน

นี่ทำให้ เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม ฝั่งยูเครนต้องออกมาขอระบบป้องกันภัยทางอากาศจากชาติพันธมิตรอยู่เป็นระยะๆ และหลังจากนั้นไม่นาน สหรัฐฯ และเยอรมนี ได้ตอบรับคำขอของฝั่งยูเครน

โดยทางเยอรมนีได้ส่งระบบปองกันภัยทางอากาศรุ่นไอริส-ที เอสแอลเอ็ม (Iris-T SLM) จำนวน 1 ระบบไปให้ยูเครน ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถป้องกันกรุงเคียฟของยูเครนจากขีปนาวุธหลายลูก

นอกจากนี้เยอรมนียังยืนยันว่าจะส่งให้เพิ่มอีก 2 ระบบ ซึ่งตอนนี้นี้อยู่ในสายพานการผลิตให้ยูเครนในปีหน้า

นอกจากเยอรมนีและสหรัฐฯ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สำนักข่าวเคียฟอินดิเพนเดนต์ (Kyivindependent) ของยูเครนรายงานว่า ทางการฝรั่งเศสได้มอบระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นครอเทล (Crotale) หรือ แรทเทิลสเนก (Rattlesnake) ให้แก่ยูเครนจำนวน 2 ระบบ

ระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นนี้เป็นระบบป้องกันภัยชนิดพิสัยใกล้ ยิงจากพื้นสู่อากาศ ถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีสกัดขีปนาวุธร่อน เฮลิคอปเตอร์ อากาศยานไร้คนขับ และเครื่องบินเจ็ทที่บินในระดับต่ำ

การประกาศส่งความช่วยเหลือในครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับการประชุมขององค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ที่มีประเทศสมาชิกมากกว่า 50 ชาติ ซึ่งประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนก็ได้ถูกเชิญให้ไปกล่าวสุนทรพจน์ด้วย

ผู้นำยูเครนได้กล่าวกับบรรดาผู้นำของชาติที่พูดภาษาฝรั่งเศสว่า ทางยูเครนก็ต้องการสันติภาพเช่นกัน แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ ยูเครนจำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากบรรดาพันธมิตรและประชาคมโลกก่อน

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ติดตามข่าวจาก PPTV ได้ที่ Subscribe

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ