ภาพของแฟนบอลที่ต่อแถวกันยาวเหยียด เกิดขึ้นก่อนเกมการแข่งขันในกลุ่ม บี ระหว่างทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมตัวเต็งของการแข่งขันครั้งนี้ กับทีมชาติอิหร่าน ตัวแทนจากทวีปเอเชีย
แถวที่ยาวเหยียดเกิดขึ้นหลังจากแอพพลิเคชั่นจัดการตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลกแบบออนไลน์ เกิดปัญหาระบบล่มก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่มขึ้นไม่นาน ส่งผลให้แฟนฟุตบอลจำนวนหลายหมื่นคนที่จองตั๋วสำหรับชมการแข่งขันคู่นี้มาแล้ว ไม่สามารถแสดงตั๋วของตนเองได้
เมื่อแสดงตั๋วไม่ได้ ก็ไม่สามารถเข้าสนามได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้แฟนฟุตบอลอังกฤษและอิหร่านจำนวนหลายหมื่นคน ต้องเสียเวลามาเข้าแถวต่อคิวนานนับชั่วโมง เพื่อรอกรอกเอกสารในกระดาษ ลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขัน
แฟนฟุตบอลหลายคนแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ฝ่ายจัดการแข่งขัน ทำหน้าที่ให้ดีกว่านี้
แม้ฝ่ายผู้จัดการแข่งขันจะพยายามแก้ไขปัญหา แต่หลังจากที่เกมการแข่งขันคู่อังกฤษ กับอิหร่าน เริ่มไปแล้วราว 15 นาที ยังคงมีแฟนฟุตบอลบางส่วนที่ไม่สามารถเข้าสนามได้ รอความช่วยเหลืออยู่ที่ด้านนอกสนาม
อีกหนึ่งปัญหาที่ถูกพูดถึงในศึกฟุตบอลโลกหนนี้ คือการที่ชาติเจ้าภาพอย่าง กาตาร์ ออกคำสั่งห้ามจำหน่ายเบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทภายในสนามแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ทั้ง 8 สนาม
คำสั่งดังกล่าวของกาตาร์ เกิดขึ้นก่อนพิธีเปิดฟุตบอลโลกเพียง 2 วัน โดยชาติเจ้าภาพอ้างเหตุผลด้านวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาหลักของชาวกาตาร์
โดยรัฐบาลกาตาร์กำหนดให้สปอนเซอร์สามารถตั้งจุดจำหน่ายเบียร์ได้ในบริเวณพื้นที่เล็กๆ รอบจุดจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งขันของทั้ง 8 สนามเท่านั้น อีกทั้งยังอนุญาตให้ขายเบียร์ได้ระหว่างช่วงเวลาก่อนการแข่งขัน 3 ชั่วโมง จนถึงหลังจบเกมการแข่งขันไปแล้ว 1 ชั่วโมงโดยห้ามการจำหน่ายเบียร์เกินเวลาเด็ดขาด
ผลที่ตามมา คือ แฟนฟุตบอลจำนวนมาก โดยเฉพาะแฟนๆจากทวีปอเมริกาเหนือ และยุโรป ต่างแสดงความไม่พอใจและพากันตั้งคำถามถึงข้อจำกัดเหล่านี้ อีกหนึ่งทีมที่เข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกครั้งนี้คืออิหร่าน
ที่ขณะนี้กำลังเกิดการประท้วงรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี หลังตำรวจศีลธรรมใช้กำลังทุบตีหญิงสาวรายหนึ่งที่คลุมฮิญาบไม่เรียบร้อยจนเธอเสียชีวิต ก่อให้เกิดความโกรธแค้นในหมู่ประชาชน มีการลงถนนประท้วงรัฐบาลมานานกว่า 2 เดือนและยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ
และเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นการลงสนามนัดแรกของทีมชาติอิหร่าน พบกับทีมชาติอังกฤษ
นักเตะทีมชาติอิหร่านพากันยืนสงบนิ่งระหว่างการเปิดเพลงชาติเพื่อสนับสนุนการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย
ทัพนักเตะอิหร่านพากันยืนคล้องแขนกัน โดยไม่ยอมร้องเพลงชาติของตัวเอง และไม่ใช้ฝ่ามือวางแนบที่หัวใจ ตามธรรมเนียมปฏิบัติปกติ เป็นการ “ประท้วงเงียบ” ต่อรัฐบาลของพวกเขา
การประท้วงเงียบด้วยการไม่ร้องเพลงชาติของทัพนักเตะอิหร่านในครั้งนี้ นำโดย เอห์ซาน ฮาจซาฟี กับตันทีมชาติอิหร่าน วัย 32 ปี แต่การประท้วงของอิหร่านไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสนามเท่านั้น
ยังมีแฟนฟุตบอลของทีมชาติอิหร่านจำนวนหนึ่ง รวมตัวจัดกิจกรรมประท้วงรัฐบาลอิหร่านที่ด้านนอกสนามแข่งขันในเกมคู่ระหว่างทีมชาติอังกฤษกับอิหร่านด้วย
หลายคนเต้นรำพร้อมกับโบกธงชาติ รวมถึงผ้าพันคอของทีมชาติอิหร่านไปตามท้องถนนในกรุงโดฮา เป็นการประท้วงอย่างสงบ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของกาตาร์ คอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ โดยไม่ได้มีการจับกุมหรือเข้าสลายการชุมนุมแต่อย่างใด
ด้าน พลตรี อาฮารอน ฮาลิวา ผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทางทหารของอิสราเอล ออกมาเปิดเผยว่า การประท้วงที่เกิดขึ้นในอิหร่านขณะนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการลุกฮือทางสังคมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 1979
อย่างไรก็ดี ผู้บัญชาการหน่วยกรองทางทหารของอิสราเอลระบุว่า การประท้วงที่เกิดขึ้น ยังไม่ขยายตัวมากพอที่จะสั่นคลอนระบอบการปกครองของอิหร่านได้ในตอนนี้
การประท้วงในอิหร่านมีจุดเริ่มต้นจากความไม่พอใจและโกรธแค้นของประชาชน ต่อการที่ทางการอิหร่านใช้กำลังปราบปรามประชาชนที่ออกมาประท้วงตามท้องถนน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจศีลธรรมเข้าจับกุมจากกรณีที่เธอสวมผ้าคลุมฮิญาบ ไม่เรียบร้อยและทำร้าย มาห์ซา อามินี หญิงสาวเชื้อสายเคิร์ด วัย 22 ปี จนเธอเสียชีวิต
การประท้วงได้ลุกลามจากจังหวัดบ้านเกิดของอามินี ไปยังกรุงเตหะราน และอีกหลายเมืองทั่วประเทศ โดยรัฐบาลอิหร่านได้ใช้กำลังเข้ากวาดล้างและจับกุมผู้ประท้วงอย่างรุนแรง จนมีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 378 ราย และมีผู้ถูกจับกุมอีกเป็นจำนวนมาก
นี่ถือเป็นการประท้วงที่นองเลือดที่สุดของอิหร่าน นับตั้งแต่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลระลอกที่แล้วซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 2019-2020 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในคราวนั้นมากกว่า 1,500 ราย