เมื่อวานนี้ (23 พ.ย.) เกิดเหตุสลดในยูเครน หลังจากโรงพยาบาลเด็กในเมืองวิลเนียนสก์ (Vilnyansk) ภูมิภาคซาโปริซเซีย ถูกการโจมตีของรัสเซียถล่ม เป็นเหตุให้ทารกแรกเกิดอายุเพียง 2 วันเสียชีวิต
การโจมตีเกิดขึ้นในขณะที่แพทย์และแม่ลูกหลายคนยังคงอยู่ในโรงพยายาบาล แม่ของเด็กทารกวัย 2 วันที่เสียชีวิตและแพทย์ในโรงพยาบาล รอดชีวิตมาได้ โดยได้รับความช่วยเหลือหลังจากติดอยู่ในซากโรงพยาบาลที่ถล่มลงมา
ยูเครนเร่งอพยพประชาชนในเคอร์ซอน หนีอากาศหนาวสุดโหดร้าย
เหตุสลดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัสเซียปูพรมโจมตีหลายพื้นที่ทั่วยูเครนด้วยขีปนาวุธ S-300 โดยมีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนหลายจุดถูกโจมตี ย้อนแย้งกับที่รัสเซียบอกมาเสมอว่ามีเป้าหมายแค่โครงสร้างทางทหารเท่านั้น
ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ออกมาประณามการโจมตีในครั้งนี้ของรัสเซีย “ศัตรูตัดสินใจที่จะพยายามใช้ความหวาดกลัวและการฆาตกรรมสังหารในการแสวงหาความสำเร็จที่ 9 เดือนที่ผ่านมานี้พวกเขายังทำไม่ได้สำเร็จ และจะไม่มีวันสำเร็จ”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัสเซียโจมตีโรงพยาบาแม่และเด็ก ก่อนหน้านี้ในเดือน มี.ค. รัสเซียเคยถล่มโรงพยาบาลแม่และเด็กในเมืองมาริอูโปล ซึ่งครั้งนั้นทำให้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์รายหนึ่งเสียชีวิตพร้อมลูกในท้อง
สถานพยาบาลในยูเครนได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า นับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนในเดือน ก.พ. ได้มีการโจมตีสถานพยาบาลทั่วยูเครนที่ยืนยันได้อย่างน้อย 703 ครั้ง
ดร.จาร์โน ฮาบิชต์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกในยูเครนกล่าวว่า ประมาณ 1 ใน 5 ของประชาชนในยูเครนขณะนี้มีปัญหาในการเข้าถึงยารักษาต่าง ๆ และสถานการณ์แย่กว่านั้นในภูมิภาคของยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครอง โดย 1 ใน 3 ของประชากรในพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงยารักษาได้
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก AFP