เมื่อวันเสาร์ (26 พ.ย.) เกิดเหตุดินถล่มบนเกาะอิสเกีย (Ischia) ทางตอนใต้ของอิตาลี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีก 5 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังพยายามค้นหาอย่างสุดความสามารถ
โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์หลังจากมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ดินโคลน ก้อนหิน และเศษซากต่าง ๆ ไหลลงมาจาก มอนเตเอโปเมโอ ภูเขาที่สูงที่สุดของเกาะ ถล่มเข้าใส่อาคารบ้านเรือนและถนนของเมืองคาซามิกซิโอลา แตร์เม (Casamicciola Terme)
สลด 2 หญิงไทยเสียชีวิต ขณะเดินเขาในเนปาล
ภาพถ่ายแสดงให้เห็นภาพความเสียหายของอาคารต่าง ๆ รถหลายคันถูกพัดออกไปถึงชายฝั่งทะเล หรือบางคันก็ถูกฝังอยู่ใต้ดินโคลน ต้นไม้หลายต้นถูกถอนรากถอนโคน
สำหรับผู้เสียชีวิต 7 รายนั้น ยืนยันชื่อได้ 1 ราย คือ เอเลโอโนรา ซิราเบลา อายุ 32 ปี ส่วนเหยื่อรายที่เหลือประกอบด้วย ทารกวัย 3 สัปดาห์ ผู้ปกครองของทารกรายนี้ เด็กหญิงวัย 5 ขวบและพี่ชายวัย 13 ขวบ ชาวเมืองอายุ 31 ปี และนักท่องเที่ยวชาวบัลแกเรีย 1 ราย
คลอดิโอ พาลอมบา ผู้บริหารกรุงเนเปิลส์ ซึ่งเป็นเขตที่รับผิดชอบเกาะอิสเกีย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รีบรุดไปยังเกาะเพื่อค้นหาผ็สูญหาย ขณะที่ทีมนักดำน้ำกู้ภัยก็ค้นหาน่านน้ำนอกชายฝั่งด้วยอีกทาง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุดินถล่มบนเกาะอิสเกีย เมื่อปี 2009 ซึ่งครั้งนั้นทำให้เด็กวัย 14 ปีเสียชีวิต 1 ราย และในช่วงปี 2018-2021 ที่ผ่านมา อิสเกียเจอกับเหตุดินถล่มถึง 72 ครั้ง!
อิสเกียเป็นเกาะภูเขาไฟที่ขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำร้อนทิสทัศน์ชายฝั่งที่สวยงาม แต่กาะแห่งนี้กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งทำให้ฝนตกหนักมากขึ้น ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ เกิดเพราะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักที่สุดในรอบ 20 ปี โดยมีปริมาณฝน 126 มิลลิเมตร และตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 6 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ฝนเท่านั้นที่เป็นต้นเหตุของการเกิดดินถล่ม เพราะมีรายงานว่า มีการสร้างอาคารบ้านเรือนผิดกฎหมายบนเกาะจำนวนมากในพื้นที่ที่ถูกกำหนดว่ามีความเสี่ยงสูง คาดว่ามีอาคารลักษณะนี้มากถึง 28,000 แห่งเลยทีเดียวบนเกาะอิสเกีย
โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจึงทำให้ทางการเกาะอิสเกียและอิตาลีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง
ฟรังโก เจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะ กล่าวขณะกวาดโคลนออกจากปากทางเข้าโรงแรมว่า “ผมโกรธมาก นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมต้องทำแบบนี้ หลังจากเกิดดินถล่มในปี 2009 พวกเขาให้คำมั่นสัญญามากมายว่าจะทำให้พื้นที่นี้ปลอดภัยมากขึ้น พวกเขารู้ถึงความเสี่ยงแต่ไม่ได้ทำอะไรเลย”
วินเซนโซ คาปูนาโน ชาวเมืองอีกราย บอกว่า “พวกเขาอนุญาตให้ผู้คนสร้างอาคารอย่างผิดกฎหมายตั้งแต่ทศวรรษที่ 1920 ดังนั้นนี่ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ปี มันมีการออกใบอนุญาตสำหรับบ้าน โรงแรม (อย่างผิดกฎหมาย)”
การสร้างอาคารที่ผิดกฎหมายมีผลทำให้ต้นไม้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงจากดินถล่ม ถูกรื้อถอนออกไป ผู้เชี่ยวชาญกล่าวด้วยว่า บนเกาะอิสเกียมีการสำรวจทางธรณีวิทยาที่ประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ล่าสุดคือเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
มิคลา เพนเน็ตตา ศาสตราจารย์ด้านธรณีสัณฐานวิทยาที่มหาวิทยาลัยเฟเดอริโกที่ 2 ในเนเปิลส์ กล่าวว่า “นี่เป็นภูมิภาคที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดแผ่นดินถล่ม ความหายนะมากมายในอดีตมีอิทธิพลต่อลักษณะทางสัณฐานวิทยาของอิสเกียในปัจจุบัน แผ่นดินไหวก็มีส่วนเช่นกัน แต่นอกเหนือจากด้านธรรมชาติแล้ว เรายังมีการตัดไม้ทำลายป่าและการปลูกสร้างอาคารตามมา ซึ่งลดความสามารถในการดูดซับน้ำ ทำให้น้ำสามารถไหลลงถึงถนนและบ้านเรือนได้อย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง”
เพนเน็ตตาเสริมว่า “นอกจากจะไม่มีการอัปเดตข้อมูลทางธรณีวิทยามาตลอด 20 ปีแล้ว มันยังไม่เคยมีรายละเอียดเพียงพอที่จะระบุความเสี่ยงในการสร้างอาคารอย่างถูกต้อง หากไม่มีการศึกษาที่เหมาะสม ผู้คนก็สามารถสร้างอาคารต่าง ๆ ได้ทุกที่ที่ต้องการเลย”
เรียบเรียงจาก Reuters / The Guardian
ภาพจาก AFP