ต้านไม่ไหว! จีนยุติล็อกดาวน์ เมืองเจิ้งโจว ที่ตั้งโรงงานผลิตไอโฟน ชนวนประท้วงในหลายเมือง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เมืองเมืองเจิ้งโจว หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ “เมืองไอโฟน” (Iphone City) เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังกล่าว ได้ยุติการล็อกดาวน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่าทางการจีนอาจผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นชนวนเหตุของการประท้วงในหลายเมือง

สำนักข่าวบลูมเบิร์กของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน ที่โพสต์ข้อความ ระบุว่า เมืองเจิ้งโจว ในมณฑลเหอหนาน ได้ยุติมาตรการล็อกดาวน์แล้ว มีผลตั้งแต่วันนี้ (30 พ.ย.) เป็นต้นไป หลังจากไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ มานาน 5 วันติดต่อกันแล้ว และสถานะการระบาดของเมืองดังกล่าว ถูกลดระดับเป็นพื้นที่เสี่ยงต่ำ 
 
โดยเมืองเจิ้งโจว เป็นที่ตั้งของโรงงาน บริษัท ฟ็อกคอนน์ ที่ผลิตไอโฟนมากที่สุดให้กับแอปเปิ้ล 

“รถไฟฟ้า BTS” ขึ้นค่าโดยสารเป็น 17- 47 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 66 เหตุต้นทุนพุ่ง

ฝุ่น PM 2.5 วันนี้ กทม.พบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เกินค่ามาตรฐาน 3 เขต

 

ซึ่งการนำมาตรการล็อกดาวน์มาใช้ทำให้พนักงานของโรงงานไม่พอใจและพยายามหลบหนี จนกลายเป็นเหตุวุ่นวาย การยุติมาตรการล็อกดาวน์ทำให้ธุรกิจและห้างร้านต่างๆ ในเมืองเจิ้งโจวกลับมาเปิดทำการได้ตามปกติ แต่ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการระบาดอย่างต่อไป

การตัดสินใจดังกล่าว เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยหลังมีรายงานว่า ทางการจีนส่งสัญญาณ ที่จะพยายามหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวด โดยเมื่อวานนี้ ทีมโฆษกคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ของประเทศจีน ให้ความเห็นว่ามาตรการล็อกดาวน์ ควรบังคับใช้ในระยะเวลาที่ไม่นานเกินไป และควรผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว ส่วนมาตรการอื่นๆที่เข้มงวดเกินไปควรได้รับการแก้ไขเช่นกัน 

ขณะที่ คณะกรรมการกิจการเมืองและกฎหมายประจำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน เรียกร้องรัฐบาลปราบปรามการแทรกซึม และสร้างความวุ่นวาย โดยกลุ่มเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นมิตร โดยคณะกรรมการดัง กล่าวย้ำว่า ความเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย จำเป็นต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อรักษาเสถียรภาพของสังคมเอาไว้ แม้คณะกรรมการจะไม่พูดถึงการประท้วง ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่า เป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลจีนใช้กำลังสลายผู้ประท้วง หากมีการรวมตัวกันอีก

ขณะที่ สำนักงานต่างประเทศของรัฐบาลอังกฤษเรียกเอกอัคราชทูตจีน เข้าพบเพื่อชี้แจงเหตุเจ้าหน้าที่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ทำร้ายผู้สื่อข่าว BBC ระหว่างการประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลอังกฤษเกิดขึ้นหลังจากที่ นาย เอ็ด ลอว์-เรนซ์ (Ed Lawrence) ผู้สื่อข่าว BBC ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทุบตีและควบคุมตัวไว้เป็นเวลาประมาณ 7 ชั่วโมงระหว่างทำหน้าที่รายงานสถานการณ์การประท้วงคัดค้านมาตรการล็อกดาวน์ในเมืองเซี่ยงไฮ้เมื่อวันอาทิตย์ 

โดยสำนักงานต่างประเทศ ระบุว่า การเรียกเอกอัคราชทูตจีน เข้าพบมีจุดประสงค์เพื่อขอคำชี้แจงอย่างละเอียด และครบถ้วนต่อเหตุการ์ที่เกิดขึ้น พร้อมวิจารณ์ว่า การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่จีนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้และไม่ชอบธรรม 

ส่วนนายเจมส์ เคลฟ เวอร์ - ลี (James Cleverly) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤระบุว่ารัฐบาลมีหน้าที่ต้องปกป้องเสรีภาพของสื่อมวลชน  ที่ต้องสามารถทำหน้าที่ของตนเองได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสวัสดิภาพ หรือถูกทำร้าย 

นอกจากนี้ เคลฟ เวอร์ - ลี ยังเรียกร้องรัฐบาลจีนรับฟังความคิดเห็นของผู้ประท้วง ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าประชาชนไม่พอใจ มาตรการจำกัดการดำเนินชีวิต ที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 

โดยก่อนที่สำนักงานต่างประเทศจะเรียกเอกอัคราชทูตจีนเข้าพบ ทีมโฆษกสถานเอกราชทูตจีน ประจำกรุงลอนดอนดอน ได้ตอบโต้คำวิจารณ์ของรัฐบาลอังกฤษ โดยระบุว่า รัฐบาลอังกฤษ ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินการดำเนินกิจการภายในและนโยบายการควบคุมไวรัสโควิด-19 ของจีน เพราะอังกฤษเป็นประเทศที่มีอัตราผู้เสียชีวิตจากไวรัสดังกล่าวสูง เป็นอันดับต้นๆ 

GPSC จับมือกองทุนเดนมาร์ก ร่วมทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศ

ราคาทองวันนี้ "ปรับลง 50 บาท"รอถ้อยแถลงทิศทางเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อ ปธ.เฟด

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ