ภาพจากวิดีโอเผยให้เห็นบรรดาผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ลงถนนกีดขวางการจราจร และจุดไฟเผาวัตถุบางอย่างกลางถนนในเมืองมาชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน โดยร้านค้าต่างๆในหลายเมืองทั่วประเทศเริ่มปิด เพื่อผละงานประท้วงตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการผละงานทั่วประเทศเป็นเวลาสามวัน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของทางการอิหร่านออกมากล่าวหาผู้ประท้วง และเรียกว่า เป็นกลุ่มก่อจลาจล ที่ออกมาข่มขู่ทำให้บรรดาเจ้าของร้านต่างๆ ต้องปิดร้าน
ขณะที่อดีตประธานาธิบดีของอิหร่าน โมฮัมหมัด คาตามี วัย 79 ปี ออกมาแสดงความคิดเห็น ซึ่งนับว่าน้อยครั้งมากที่เขาจะออกมาพูด โดยอดีตผู้นำของอิหร่านกล่าวชื่นชมผู้ประท้วง โดยระบุว่า สโลแกนของผู้ประท้วงที่บอกว่า ผู้หญิง ชีวิต เสรีภาพ แสดงให้เห็นว่าสังคมอิหร่านได้ก้าวไปข้างหน้าไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ เขายังวิพากษ์วิจารณ์การจับกุมนักเรียนนักศึกษาด้วยการใช้กำลังเข้าปราบปราม และเรียกร้องให้ทางการใส่ใจ อย่าละเลยความต้องการของผู้ประท้วง ก่อนจะสายเกินไป
การออกมาแสดงความคิดเห็นของอดีตผู้นำอิหร่านมีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันนักเรียนนักศึกษาที่ตรงกับวันนี้ และมีรายงานว่ามีการนัดชุมนุมที่จัตุรัสเสรีภาพในกรุงเตหะรานในวันพุธนี้ด้วย
โดยเหล่านักเรียนนักศึกษากลายเป็นแนวหน้าของการประท้วง นับตั้งแต่เริ่มขึ้นเมื่อเกือนกันยายนที่ผ่านมา หลังมาห์ซา อามินี หญิงชาวเคิร์ดวัย 22 ปี เสียชีวิต หลังถูกตำรวจศีลธรรมจับกุมในข้อหาแต่งกายไม่เหมาะสม
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งความเคลื่อนไหว ที่คณะลูกขุนของอิหร่านออกมาเปิดเผยว่า มีการสั่งลงโทษประหารชีวิต ผู้ประท้วงจำนวน 5 คน หลังตัดสินว่าพวกเขามีความผิดจริงในข้อหาคอร์รัปชั่นต่อโลก อีกทั้งยังมีผู้ประท้วงอีก 11 คนที่ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลานานในข้อหาก่อจลาจล
ทั้งนี้ นับจนถึงตอนนี้การประท้วงได้กินระยะเวลาต่อเนื่องมากว่า 11 สัปดาห์แล้ว และการเรียกร้องให้มีการนัดหยุดงาน และการระดมมวลชนเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการประท้วงที่มีแกนนำเป็นผู้หญิงเกิดขึ้นในกว่า 150 เมือง และมหาวิทยาลัย 140 แห่งใน 31 เมืองทั่วประเทศ และนับเป็นหนึ่งในการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเตหะรานครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่เกิดปฏิวัติอิสลามของอิหร่านในปี 1979